ถ่อมตัวจักได้ เย่อหยิ่งจักเสีย


โอ่งเอียงเมื่อเต็มปรี่จึงคว่ำ
กระบอกเงินเมื่อว่างเปล่าจึงปลอดภัย
เหตุนี้
สุภาพชนพึงดำรงตนอยู่อย่างไม่มีดีกว่ามี
อยู่อย่างพร่องดีกว่าอยู่อย่างเต็ม

โอ่งเอียงกับกระบอกเงิน

       เมื่อนับย้อนหลังไปแล้ว วันนั้นเป็นตอนเช้าวันหนึ่งของเมื่อ 2000 กว่าปีก่อน  ขงจื้อยอดเมธีได้นำสานุศิษย์ทั้งหลายของตนเดินทางท่องเที่ยวไปยังศาลเจ้าหลู่หวนกง พอเข้าไปถึงวิหารใหญ่ ขงจื้อเห็นโอ่งใบหนึ่งตั้งตะแคงไปตะแคงมาไม่คงที่ จึงถามคนเฝ้าศาลเจ้าว่า “ภาชนะนี้คืออะไร?”
คนเฝ้าศาลเจ้าตอบว่า”เขาเรียกกันว่าโอ่งเอียง”
ขงจื้อฟังว่า”โอ่งเอียง” ก็พูดกับเหล่าศานุศิษย์ว่า “อาจารย์เคยฟังเขาว่ากันว่า โอ่งเอียงถ้าไม่ใส่น้ำจะตะแคงไปข้างหนึ่ง ถ้าหากเทน้ำลงไปครึ่งโอ่งมันก็จะตั้งตรง แต่ถ้าใส่น้ำจนเต็ม มันก็จะคว่ำ ไปเอาน้ำมาเทลงไป ดูซิว่ามันจะเป็นอย่างไร?”
เมื่อสานุศิษย์ของขงจื้อนำน้ำมาเทลงไปในโอ่งจนได้ครึ่งหนึ่งแล้ว โอ่งเอียงก็ตั้งตรงขึ้น เมื่อใส่ลงไปอีกครึ่งโอ่งจนเต็ม โอ่งเอียงนั้นก็คว่ำ น้ำไหลนองไปทั่วพื้นดิน   ขงจื้อจึงกล่าวแก่ลูกศิษย์ด้วยความซาบซึ้งว่า “เหตุผลในโลกก็ล้วนแต่เป็นเช่นเดียวกันเช่นนี้มิใช่หรือ? คนที่มีความพึงพอใจในตนเองมากจนเกินไป มักจะล้มคว่ำได้ง่ายๆเยี่ยงนี้เอง”
คำของปราชญ์ดังนี้ ชวนให้ขบคิดไม่รู้จักสิ้น ถ้าหากยังไม่เข้าใจ ก็ลองหันไปดูชั่วชีวิตหนึ่งของกระบอกใส่เงินก็จะเข้าใจชัด
ในตอนแรกกระบอกเงินว่างเปล่า ต่อมาก็มีอีแปะใส่เพิ่มเข้าไปวันละอันสองอันจนเต็มในที่สุด ครั้นแล้วเคราะห์กรรมก็ตามมา เมื่อกระบอกเงินนั้นเต็มแล้ว มันก็จะถูกผ่าออก มีใครที่ไหนบ้างที่ใส่เงินลงในกระบอกจนเต็ม จะไม่ผ่ากระบอกนั้นออกเพื่อนำเงินไปทำประโยชน์ตามที่ต้องการ”
กระบอกใส่เงินเมื่อว่างอยู่ กลับสามารถจะรักษาความปลอดภัยของตนไว้ได้ คนก็ควรจะเป็นเช่นนั้น พึงเปิดใจให้กว้าง รับสรรพสิ่งอันสวยงามในโลกมนุษย์ด้วยความนอบน้อมถ่อมตน อย่าคิดแต่สิ่งชั่วร้าย อย่าให้ความเย่อหยิ่งทะนงตนมาแทรกอยู่จนเต็มหัวอก ไปทำแต่เรื่องเลวๆ ที่อับอายขายหน้าต่อฟ้าดิน ซึ่งมันก็จะเป็นดังเช่นโอ่งเอียงคว่ำเพราะน้ำล้น กระบอกเงินถูกผ่าเพราะเงินเต็ม ทำลายชีวิตของตนไปชั่วชีวิต!

ส่วนตัว
คนเราสมัยนี้ก็โลภเหมือนคนเติมน้ำใส่โอ่งเอียง รู้ทั้งรู้ว่าโอ่งเอียงนั้นจะใส่น้ำได้ครึ่งเดียว ถ้าเกินมันจะเสียสมดุลย์ แล้วกลับไปสู่จุดเดิม คือ ล้มนอนลงกับพื้น จะเหลือน้ำไว้ก็แค่นิดหน่อย แต่ พอยามมีโอกาส ก็รีบตักตวง บางครั้งรู้ก็ทั้งรู้ว่า ไอ้ที่ตักตวงมาด้วยมิชอบดุจดั่งตักน้ำใส่โอ่งเอียง ท้ายสุดความจริงที่โกงกินมาก็ต้องถูกเปิดเผย ทรัพย์ที่ได้มาก็ต้องถูกริบคืน แต่ด้วยความโลภโมโทสัน ก็ทำทั้งๆที่รู้ เหตุผลเดียวที่ยังกล้าทำก็คือ เผื่อฟลุ๊คโชคดีเขาจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เท่านั้นเอง รู้กันแบบนี้แล้ว ก็โกงกันแต่พองามนะพ่อนะ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.