สวนอาหารท่าทองหลาง

เดิมในเขตพื้นที่ตำบลท่าทองหลางนั้น เป็นชุมชนของชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกราก โดยประกอบอาชีพหลักคือค้าขายและปลูกสัปปะรด ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยทื้นที่บริเวณริมคลองท่าทองหลางในปัจจุบัน และโดยที่ในพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นมีต้นทองหลางขึ้นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ประชาชนในอดีตเดินทางโดยใช้การคมนาคมทางน้ำ จึงต้องตัดต้นทองหลางเพื่อใช้พื้นที่ทำท่าเรือในการคมนาคมเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันและใช้ขึ้นลง เพื่อขนส่งสินค้า จึงเป็นที่มาของชื่อตำบลว่าตำบลท่าทองหลาง อันนี้ก็เป็นที่มาที่ไปแบบสั้นๆของที่มาของตำบลนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางคล้า ฉะเชิงเทรา ประเทศไทยบ้านเรา หยิบยกนำมาเป็นเกร็ดความรู้กันซึ่งนั่นเป็นตำนานในอดีตที่ผ่านมาและดำรงอยู่ และชื่อนี้ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ผูกพันกันดุจดั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน หยิบยกขึ้นมาโดยมีส่วนขยายความหมายของมันเพิ่มเติมว่า ที่นั่นเคยมีพันธุ์ข้าวหอมที่อร่อยที่น้อยคนจะรู้จักและได้ลิ้มรสมัน ความสำนึกในผืนนาข้าวนั้น ทำให้คนหนุ่มสาวคู่นี้ได้ผนวกรวมกันกับความคิด ความฝันของตน แล้วสื่อสารออกมาเป็น ตำนานหน้าใหม่ที่จะจารึกจดจารไว้ในอำเภอบางคล้าของหมู่เอาชาวแปดริ้ว ภายใต้ชื่อ สวนอาหาร ท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

สวนอาหารท่าทองหลางนั้น ดำรงคอนเซปต์ของความเป็นธรรมชาติ ด้วยบรรยากาศของแมกไม้ สระบัว ยุ้งข้าว นาข้าวเล็ก ด้วยขนาดพื้นที่พอเหมาะพอควร การเดินทางก็สะดวกสบายไม่ต้องดั้นด้นค้นหาอะไรให้มากมายวืดวือ ถ้าเป็นคนพื้นที่พูดง่ายๆเลยว่า อยู่ติดกับโลตัส แต่ถ้าเป็นคนนอกพื้นที่ ก็เอางี้ ถึงสี่แยกบางคล้า เลี้ยวเข้าบางคล้า ขับตรงมาเรือยๆ ประมาณ2-3กิโล จะเห็นโลตัสอยู่ซ้ายมือ แล้วก็จะเป็นสวนอาหาร ท่าทองหลาง เป็นไงง่ายไหมครับ

ท่าทองหลาง

ที่นี่ จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ชนิดที่ว่าพอลงจากรถเดินเข้าร้าน คุณจะลืมสภาพป่าคอนกรีตกันไปเลยทีเดียว มีโต๊ะอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ(ถ้าจำผิดก็ขออภัยนะครับ) ที่พร้อมจะยืดจะหดได้ตามจำนวนของผู้ที่มาเยือน ด้วยเจตจำนงของเจ้าของร้านที่อยากให้เป็นที่เพื่อนฝูงคนรู้ใจกัน ได้มาใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กันอย่างเป็นธรรมชาติ ปราศจากการเจือปนจากจริต คงมีเพียงน้ำมิตร ที่หากจะเพิ่มด้วยเติมน้ำเมา เขาก็มีเบียร์ มีสปายหลากรสไว้ให้จิบๆพออาเจียนกัน

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

ด้านอาหารนั้นไม่ได้มีเมนูอะไรมากมาย เน้นที่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก เป็นหลัก พร้อมเมนูยำๆ ทอดๆ แต่ อร่อยทุกอย่าง ย้ำว่า อร่อยทุกอย่าง เพราะเจ้าของร้านเข้าครัวเอง อันที่จริงแล้ว ผมว่าเขาคิดถูกนะ ไม่ต้องมีเมนูอะไรมากมาย ชนิดที่ว่าพอเห็นแล้วต้องถามตัวเองว่า แล้วเราจะกินอะไรดี ไอ้โน่นก็อยาก ไอ้นี่ก็อยาก อ่านเมนูแต่ละครั้ง นึกว่าอ่านนิยายเรื่องสั้น ผมว่าเอามันแค่นีแหละง่ายดี แต่ อร่อยทุกอย่าง สำหรับร้านนี้ผมถือว่าโชคดีมากเพราะวันที่ไปลิ้มลองนั้น ผมไปกัน 10 คน ก็เลยได้ลองอาหารมากมายหลายเมนู อาทิเช่น กุ้งแช่น้ำปลา ปลากะพงสามรส กุ้งแม่น้ำเผา ยำถั่วพลู ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำปลากะพง แหนมซี่โครงทอด กุ้งผัดพริกขี้หนู ปีกไก่ทอดเกลือ ทุกอย่างอร่อยและหมดเรียบ จนต้องสั่งซ้ำสอง รสชาติอาหารเขาจะกลางๆครับ เด็กหรือคนที่ไม่ทานเผ็ดก็ลิ้มลองได้ อย่างเช่น กุ้งแช่น้ำปลา หรือ กุ้งผัดพริกขี้หนูนี่ เขาปรุงรสเสร็จแล้วจะมีพริกขี้หนูมาให้เราอยู่ข้างจาน ใครอยากเผ็ดสักปานใดก็ตักเสริมเข้าไปครับ โอเคนะ ทานได้ทุกเพศทุกวัย มาลองดูหน้าค่าตาของอาหหารกันก่อนครับ(คราวหน้าจะถ่ายมาให้ชัดกว่านี้ครับ รอบนี้อาศัยมือถือในยามค่ำคืนก็เลยเบลอไปนิดนึงครับ)

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลางท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพอาหารหน้าตาแลดูบ้านๆนะครับ แต่ รสชาตระดับเชฟกะทะเหล็กเลยทีเดียว คนจริงใจก็แบบนี้แหละครับไม่แต่งเติมอะไรมากมาย เน้นที่รสชาติกันเพียงอย่างเดียวเลย ก็เหมือนคบคนนะครับ มัวมองแต่หน้าที่การงานหรือเครื่องแต่งตัวเพียงอย่างเดียว แล้วงมงายไปตัดสินว่าเป็นคนดีก็คงไม่ได้ แต่ถ้าหากในแต่ละวันเหล่าท่านต้องวนเวียนอยู่กับผู้คนแบบนี้จนเหนื่อยล้าอารมณ์ ที่นี่ก็ยังมีบริการ สปา เอาไว้บริการทุกท่านนะครับ

เรือนสปาท่าทองหลาง

นี่คือเรือนสปาที่ตั้งอยู่สุดทางเดินของร้านครับ
หากวันที่เหนื่อยล้าของท่าน ต้องการทดแทนด้วยอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาตและคุณภาพของสดๆที่ซื้อเข้ามาใหม่ๆในแต่ละวัน ต้องการที่พบปะสังสรรค์ในหมู่ผองเพื่อน ผมแนะนำที่นี่เลยครับ ท่าทองหลาง ที่ๆท่านมาแล้วต้องมาซ้ำสอง ซ้ำสาม มากันเป็นหมู่คณะนะครับ จะได้ลิ้มชิมรสอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างในเวลาเดียว โน่นนิดนี่หน่อย เหมือนกับผมและผองเพื่อน แล้วค่อยย่องมาตามลำพังเพื่อที่จะเน้นในปริมาณในแต่ละเมนูครับ สนใจทักทายสอบถาม จับจองมุมที่ชอบได้ที่เบอร์นี้ครับ 094-781-5353 คุณหนึ่งครับ จากกันไปด้วยเมนูของทางร้านที่เป็นร้านแรกครับที่ผมนำมาลง ก็เพราะมันไม่ใช่เมนูที่ดูเหมือนนิยายเรื่องสั้นครับ อาจดูน้อยนิดในรายการอาหาร แต่เชื่อเถอะ มีสิบอย่างอร่อยสิบอย่างถือว่าร้อยเปอร์เซนต์
แต่ถ้ามีร้อยอย่างแล้วอร่อยแค่สิบอย่าง มันอร่อยแค่สิบเปอร์เซนต์ครับ ถ้าไม่เชื่อว่าของเขาอร่อยทุกอย่าง ต้องลองครับ แล้วจะรู้ว่า อร่อยทุกอย่างไม่ใช่คำพูดที่กล่าวอ้างกันขึ้นมาแบบลอยๆนิ

เมนูท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

โทน คอนโดเรนท์(Tone Condorent)

“โทน เอ๋ยโทน เพื่อนโทนผู้น่าสงสาร……..” คนที่มีความสามารถรู้ข้อความต่อจากที่เว้นไว้ได้ หรือ รู้ว่านี่คือเพลงประกอบภาพยนตร์ดังในอดีตเรื่อง “โทน” คนผู้นั้นถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้หนังไทย ก็คงต้องบอกว่า คุณคือ คนแก่ ก็เพราะว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังดังในอดีต ถ้านับอายุถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ ก็ปาเข้าไป 45 ปี กับอีก 5 วัน ทำไม “โทน” ถึงเป็นประวัติศาสตร์หนังไทย ก็คงเพราะ นี่คือเรื่องแรกของการกำกับของ เปี๊ยก โปสเตอร์ จนทำให้ต้องทิ้งพู่กันหันมากำกับหนังแทน นี่คือหนัง 35 มม. ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมหนังไทย ที่เดิมมักถ่ายทำในระบบ16 มม.ให้หันมาสนใจระบบ 35 มม.(แต่โทนไม่ใช่หนัง 35 มม.เรื่องแรกนะครับ เรื่องแรกเลยในระบบสี คือ เมืองแม่หม้าย แต่โทนเป็นหนังเรื่องแรกที่เปี๊ยก โปสเตอร์กำกับ และเป็นระบบ35 มม .ครับ)  นี่คือการเขียนบทของนางเอกเรื่องแรกให้โดนข่มขืน นี่คือการกำเนิด สังข์ทอง สีใส ขึ้นในโลกภาพยนตร์ และหากจำเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งมีถึง 7 เพลงได้ นอกจากโทนซึ่งขับร้องโดย สังข์ทอง สีใส แล้ว ยังมีเพลง ชื่นรัก ซึ่งขับร้องโดย เศรษฐา ศิระฉายา เพราะมาก ผมชอบ ทำนองมันคล้าย Scarborough Fair ของ Simon & Garfunkel ที่ผมร่ายยาวมาจนถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าคนอ่านคง งง งงกับผมว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคอนโดวะ ตรูจะหาที่พักไม่ได้หาประวัติศาสตร์หนังไทยซะหน่อย นั่นสิ ผมก็งงเหมือนท่านนั่นแหละ

เอ้าวกเข้าเรื่องกันดีกว่า หนังเรื่องโทนนี่ เอ๊ย Tone Condorent นี่ตั้งอยู่ในซอยลิเกครับ ซอยนี้สังเกตง่ายครับเพราะปากทางจะมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย I-Aon ตั้งอยู่ครับ ถ้าไม่รู้จักร้านนี้ก็เอาเป็นว่าซอยตรงข้ามร้านไก่ย่างน้องปูแล้วกันจะได้ไม่สับสนกับซอยโรงฆ่าสัตว์ เข้าไปเกือบสุดซอยครับ ก็จะเห็นอาคารตามภาพข้างล่าง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ขวามือ

tone006

นั่นไงครับ อาคารด้านหลังแหละครับคือส่วนของคอนโด ที่มีให้เช่าทั้งรายวัน และรายเดือน ส่วนที่เห็นด้านหน้านั้น คือ ร้านกาแฟโทนหรือ Tone coffee ซึ่งมีไว้บริการทั้งท่านผู้ที่พักอาศัยและผู้คนสัญจรผ่านไปมา รสชาติกาแฟของที่นี่ก็เข้มข้นได้สะสาแก่ใจสำหรับผู้ที่นิยมกาแฟ(จ่าย)สดครับ เรามาดูภายในห้องหับที่พักอาศัยกันดีกว่าครับ

tone007

tone8

tone010

เป็นไงบ้างครับ เห็นแล้วก็น่านอน น่าพักอาศัย กับบรรยากาศที่แสนสบายและสะอาดสะอ้าน ส่วนอัตราค่าบริการก็อยู่ในระดับสมเหตุสมผลครับ เพราะที่นี่ทำคอนโดให้เป็นคอนโดจริงๆ ไม่ใช่ทำให้เป็นแค่ชื่อนะครับ โทน คอนโดเรนท์นอกจากจะมีร้านกาแฟแล้ว ก็ยังมีบริการต่างๆ ทั้งที่มีแล้วอาทิเช่น บริการนวด ร้านอาหาร เบเกอรี่ เสริมสวย ส่วนที่ยังไม่มีและข่าวแว่วเข้าหู ก็คือ สนามแบดมินตัน นี่ถ้าเปิดคอร์ดแบดขึ้นมานะ ผมจะกวาดต้อนผู้คนในก๊วนให้มาเล่นที่นี่ที่เดียวเเลยจริงๆนะ

tone-4

tone9

tone4

tone10

เป็นไงบ้างครับ บริการได้ครบครันกันเลยทีเดียวเจียวแหละ ยังครับ ยังไม่พอเราไปต่อที่โปรโมชั่นกันบ้างดีกว่า tone6

 

ก็มีให้พอกันหอมปากหอมคอกาแฟครับ ส่วนใครที่สนใจ อยากได้ที่พักอาศัยดีๆ เดินทางออกถนนเส้นหลักได้สะดวกทั้งศรีโสธรตัดและบางปะกง ฉะเชิงเทรา ใกล้กับสามห้าง คือทั้งโรบินสัน บิ๊กซี1และ2 บริการครบครัน น้ำไม่ท่วม แต่ทั้งหลายทั้งปวง ผมว่าต้องมาเจอเจ้าของครับ แกน่าร๊ากกกกก พูดจาอ่อนน้อม สุภาพมาก น่ารักอ่ะ ติดต่อมาทางเบอร์นี้ได้เลยครับ 095-794-7888 หรือ 033-021-788 ครับ อย่างงกับรหัส 033 นะครับโทรศัพท์บ้านเบอร์ใหม่ๆจะขึ้นต้นด้วย 033 ครับผม

ครับ… จวบจนบรรทัดนี้แล้ว ผมว่า ถ้า…โทน..คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหนังไทย โทน คอนโดเรนท์ คืออีกหน้าหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่อย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปแบบอาคารที่ใช้หลัก Modern Eco Lifestyle มาออกแบบ และบริการที่มีอยู่ในตัวอาคารอย่างครบครัน  ครับผม  หนังเรื่อง โทน ยังคงเป็นตำนานให้เราเล่าขาน สืบค้นกันอยู่  และ โทน คอนโดเรนท์ ก็เฉกเช่นกันครับ โทน คอนโดเรนท์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้บริการแบบเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือ ตักตวง กอบโกยผลประโยชน์เพียงถ่ายเดียว แต่ โทน คอนโดเรนท์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นตำนานการพลิกโฉมที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สมกับเป็นคอนโดเต็มนิยามความหมายของมัน Tone Condorent คอนโดที่เป็นคอนโดจริงๆของชนชาวแปดริ้วบ้านเราเองครับ

งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ดินเทพราช

หากเอ่ยชือของ อาจารย์พิทักษ์  ปิยะพงษ์ กับ อาจารย์สมชาย วัชระสมบัติ ขึ้นในวงสนทนา
ของชาวศิลปะแล้ว น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักสองท่านนี้ ด้วยความที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานาน
จนไม่ได้มีแค่ลูกศิษย์เท่านั้น ปัจจุบันนี้มีถึงเหลนศิษย์แล้ว สองท่านได้รังสรรงานศิลปะออกมาให้ชม
อย่างมากมายและต่อเนื่อง สิ่งที่อยู่รอบตัวต่างๆได้ถูกนำมาใช้ในการสร้างชิ้นงาน ชุุดแล้วชุดเล่า
ที่ทยอยออกมาสู่สายตาสาธารณชน ซึ่งทุกชุดที่ผ่านมาก็แฝงไว้ด้วยแง่มุม แง่คิด ที่มีต่อสังคม
และเหตคุการณ์ที่เกิด จนมาถึงชุดนี้ ดินเทพราช
หากเป็นคนที่อยู่ถิ่นอื่น อาจจะงงว่าอะไรคือ ดินเทพราช ส่วนคนจังหวัดฉะเชิงเทราหรีือแปดริ้วบ้านเรา
ก็งงน้อยหน่อย ด้วยรู้ว่า เทพราช นั้น คือตำบลๆหนึ่ง แต่ ดินที่ตำบลเทพราช มาเกี่ยวอะไรกับงานชุดนี้
อยากจะเปลี่ยนจากความงุนงงสงสัย มาเป็นการได้สัมผัสความอลังการงานสร้างของงานเขียนระดับอ๋องจาก
อาจารย์ทั้งสองท่านนี้ เรียนเชิญครับ กับงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยเพื่อสังคม ชุด ดินเทพราช  
ซึ่งจะจัดแสดงขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 กุมภาพันธ์ นี้ ณ อาคารราชนครินทร์ ชั้น2 (อาคารนี้ก็คืออาคารที่โรงอาหารอยู่ชั้นล่าง)
ชมฟรีครับ งานแสดงภาพเขียนดีๆแบบนี้ มาเสริ์ฟให้ถึงที่ พลาดไปก็น่าเสียดายครับ ส่วนท่านที่อยู่ต่างจังหวัด
เสาร์ อาทิตย์ ก็แวะเวียนมาได้ครับ เพราะราชภัฏราชนครินทร์นี่ อยู่ใกล้กับโบสถ์หลวงพ่อครับ นำรถมาจอดที่ราชภัฏ
แล้วจะเดินไปไหว้องค์หลวงพ่อท่านก่อน แล้วค่อยกลับมาพักคลายเหนื่อย ด้วยการเสพงานศิลป์ของสองศิลปิน
ระดับอาจารย์กัน ก่อนเดินทางกลับ ก็นับว่า มาครั้งเดียวเที่ยวกันใกล้ๆ สบายใจ สบายกระเป๋าครับ
ผมได้เก็บภาพบางส่วนมาให้ชมกัน เพื่อกระตุ้นต่อมเสพงานศิลป์ครับ

ชั้น2 อาคารราชภัฏราชนครินทร์อันเป็นสถานที่จัดงาน

ชั้น2 อาคารราชภัฏราชนครินทร์อันเป็นสถานที่จัดงาน

สื่อประชาสัมพันธ์งาน

สื่อประชาสัมพันธ์งาน

ผลงานในงานนิทรรศการดินเทพราช

 

ดินเทพราช

ร้าน I-Aon(คริสต์จักร)

เล็กๆไม่ ใหญ่ๆต้องอ้อน ชั่งเป็นเรื่องที่ทุกคนที่สนิทกับ “น้องอ้อน” ของเหล่าพี่ๆเป็นอันทราบดี
และถ้าใหญ่ตามแบบฉบับของ “อ้อน” ต้องใหญ่แล้วดี ไม่ใช่ทำได้แค่ใหญ่แต่ข้างในกลวงโบ๋
และในนาทีนี้หากเราท่านผ่านไปมายังถนนสายศรีโสธรตัดใหม่ ตรงคริสต์จักรแบ๊บติส ก็อย่าได้แปลกใจนะครับ
ถ้าต้องสะดุดตากับอาคารสี่คูหา ที่ตกแต่งได้อย่างทันสมัย พร้อมด้วยเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอางค์
ที่อัดแน่นเต็มทั้งสี่คูหา อย่าได้แปลกใจที่อาคารนั้นประกาศตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “A-Ion”
สำหรับผมหลังจากที่ได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนภายในร้าน เพื่อนำมาเสนอสู่สายตาของ
พวกท่าน อยากบอกว่า นี่ย่อมไม่ใช่ I-Aon สาขา2 แต่ประการใด แต่นี่ คือ I-Aon ใน I-Aon
อีกทีนึง ไม่ต้องงงครับ เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ต้องลองไปสัมผัสดูครับ ถึงจะเข้าใจแบบที่
ผมไม่เข้าใจ มันเหนือคำบรรยายจริงๆ
ด้วยความที่ทางร้านยังไม่ได้ทำป้าย ยื่นจากตัวอาคาร ขับรถเพลินๆอาจเลยได้ครับ สังเกตได้ง่ายๆครับร้านจะอยู่ตรงข้ามกับ คริสต์จักรแบ๊บติสครับ ส่วนเบอร์ติดต่อก็เบอร์เดิมครัาบ และหลังจากที่ชมภาพบรรยากาศภายในร้านในส่วนของชั้นล่างไปแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่ามันเยอะแยะมากมายเลือกไม่ถูกไม่ต้องกลัวครับ เข้าไปเถอะ เดี๋ยวน้องอ้อนเธอจะนำเสนอให้เหมาะกับสรีระของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าคุณผู้หญิง เครื่องสำอางค์ รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา หรือแม้แต่คุณผู้ชาย ทางร้านก็จัดห้อง
ไว้ให้โดยเฉพาะ ในส่วนของ I-Aon Men แบบนี้แล้ว ไม่ต้องไปเดินห้างให้เคว้งคว้างเมื่อยตุ้ม มาที่นี่
ที่เดียวจบ เข้าใจตรงกันนะ สามคำ….I Am AON

แผนกสุภาพสตรี

แผนกสุภาพสตรี

แผนกสุภาพสตรี

แผนกสุภาพสตรี

บรรยากาศร้านI-Aon ฉะเชิงเทรา

บรรยากาศร้านI-Aon ฉะเชิงเทรา

i-aon6

แผนกรองเท้า

แผนกรองเท้า

แผนกนาฬิกา

แผนกนาฬิกา

แผนกเครื่องสำอางค์วุฒิศักดิ์

แผนกเครื่องสำอางค์วุฒิศักดิ์

แผนกเครื่องสำอางค์

แผนกเครื่องสำอางค์

i-aon2

i-aon13

i-aon8

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปก็เป็นห้อง I-Aon Men ครับผม

ห้องI-Aon Men

ห้องI-Aon Men

i-aon4

i-aon3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วก็ถึงคราวที่อยากถ่ายตามเรื่อง ตามราวครับ

i-aon7

i-aon18

i-aon12

 

i-aon19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และท้ายสุดเราก็วกกลับมาหาจุดเริ่มต้นตรง โลโก้ของร้าน ที่เราย้ายจากหลังร้านตรงปั้นทรายโลก (กระซิบ กระซิบ ปั้นทรายโลกปิดไปแล้วรู้กันหรือยัง)มาไว้ในส่วนของหน้าร้านใหม่ตรงคริสต์จักร นี่เลยครับ เปิดประตูเข้าไป ก็จะพบสาวหน้าแฉล้ม ที่ฉาบทารอยยิ้มของความจริงใจไว้บนใบหน้าตลอดเวลาเธอผู้นี้แหละครับที่กำลังพลิกโฉมร้านเสื้อผ้าแฟชั่นของฉะเชิงเทรา แปดริ้วบ้านเรา ผู้ที่เราขนานนามเธอว่า…..ไออ้อน….

i-aon1

ร้านนันท์นภัส

เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอ ยศใคร ทั่วหล้า
ในยุคที่การสื่อสารรวดเร็วปานจะอี้จะอั้นนี้ หากการโพสต์การแชร์ที่วนเวียนอยู่บนหน้าเพจ จนความรู้สึกดังโคลงข้างบนเกิดขึ้นเมื่อใด กับใคร และที่ไหน
แน่นอนการที่จะพิสูจน์ความจริงย่อมเกิดขึ้น และหลังจากนั้นก็จะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะเกิดหรือจะดับ ซึ่ง
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เสียงกล่าวขวัญถึงร้าน
อาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งดังกระหึ่มทั่วหน้าเฟซ ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ถนนสายเทพคุณากรนี่เอง ผมก็แค่รอเวลาให้ทุกอย่างลงตัว เพื่อที่จะหาโอกาสไปตาม
เสียงลือเสีบงเล่าอ้างนั้น ไปเพื่อดูว่า เสียงย่อมยอนั้นเท็จจริงประการใด กับชื่อ นันท์นภัส
นันท์นภัส ตั้งอยู่ในซอยเทพคุณากร๒ ถ้ามาทางถนนศรีโสธรตัดใหม่ เลยโบสถ์วัดหลวงพ่อมา ก็จะเริ่มซอยเทพคุณากร ๑ ทางซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาก็จะเริ่มซอยแรกด้วยเทพคุณากร ๒ ทางขวามือ
สังเกตซอยง่ายครับ เข้าไปยี่สิบเมตรแค่นั้นเองครับ ทางร้านมีทีจอดรถไว้บริการเลี้ยวเข้าไปจอดดีกว่าครับ ดีกว่าจอดแอบไว้ ซอยแคบครับ จะได้ไม่เป็นการรบกวนชาวบ้านแถวนั้นด้วยครับ ร้านเขา
จะได้ทำมาหากินแบบสบายใจครับ ที่สำคัญที่สุด จอดในที่จอดรถของร้านปลอดภัยที่สุดครับ

ป้ายร้านนันท์ภัส ฉะเชิงเทรา

ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เน้นสุขภาพเป็นหลัก ผักปลอดสารพิษ เน้นๆที่สดและใหม่ ทุกเมนูปลอดผงชูรส (แทบทุกร้านที่ผมไปลองมีเมนูเดียวที่ปลอดผงชูรส นั่นคือน้ำเปล่า) ที่นี่เน้นความสะอาดแบบสุดๆ
เริ่มตั้งแต่สถานที่ทั้งกลางแจ้งและห้องแอร์ ไปจนถึง จาน ชาม ภาชนะ ชอบมากคือทิชชู่ครับ ใหญ่ หนา นุ่ม เช็ดได้แบบแผ่นเดียวเอาอยู่ ที่ยังไม่ได้สัมผัส ก็คือ ห้องน้ำครับ เพราะไม่กล้าลุกไปเข้า
กลัวว่ากลับมาแล้วคนที่ร่วมโต๊ะจะกินอาหารบนโต๊ะจนหมดเสียก่อน
หลังจากที่ได้ลิ้มลองในครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นแหนมเนือง หมูห่อใบชะพูล ข้าวผัด(อร่อยจนลืมจำชื่อมา) แล้วก็หมูอะไรสักอย่างนี่แหละ แถมท้ายด้วยขนมเบื้องญวน ก็ต้องกลับไปอีกครั้ง เผื่อลอง
ปอเปี๊ยะสดหมู กุ้ง ปลาทอดตะไคร้ เฝอ แล้วทบทวนรสชาดของ ขนมเบื้องญวณอีกครั้ง

 

ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายตอนอายุเจ็ดแปดขวบได้กับเมนูขนมเบื้องนี้ มันใช่เลยทั้งกลิ่นและรส แม้ว่าเครื่องปรุง รูปแบบ น้ำราด จะถูกเปลี่ยนแปลง แต่รสสัมผัสที่ได้รับ มันย้อนอดีตไปเมื่อช่วงเวลานั้นจริงๆ ช่วงที่เป็นเด็กน้อยแล้วมีตังค์พอที่จะซื้อขนมเบื้องญวณที่ตีนกะไดวัดโบสถ์ ณ ประเทศจันท์บ้านเดิมของผม จนผมอยากเรียกเมนูนี้ว่า เจาะเวลาหาอดีต ซะจริงๆเลย

ขนมเบื้องญวณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้สัมผัสกับ นันท์นภัส ถึงสองครั้งสองครา ถ้าจะยึดข้อมูลของผม ก็อยากจะบอกว่า     ไม่มีเมนูไหนที่ผมจะแนะนำเลยสำหรับที่นี่   มันอร่อยไปทุกอย่าง เรียกว่าคุณไม่ต้องรู้จักหรอกว่า        มันคืออะไร หลับตาจิ้มๆไปก็ได้ ทุกอย่างรสชาดยอดเยี่ยม ทุกเมนูมันถูกปรุงขึ้นมาจากความเอาใจใส่ การเลือกสรร เหมือนทำกับข้าวให้คนในบ้านกิน ทุกบริการมันฉาบทาด้วยมิตรภาพ รอยยิ้ม ดุจดั่งบริการญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง จนผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า สองครั้งที่ผมมาที่นี่นั้น ผมอิ่มเพราะอาหาร หรือผมอิ่มเพราะน้ำใจของทุกคนใน…นันท์นภัส..กันแน่
ผมมัวแต่เพลินกับอาหารและธารน้ำใจของที่นี่ เก็บภาพมาได้เพียงบางมุม บางส่วน อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็หาได้ในเฟซเลยครับ พิมพ์ชื่อร้าน ก็จะรายละเอียดเพิ่มเติมมากมาย แนะนำนะครับ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเสียตังค์อย่าเพิ่งค้นหาครับ เพราะจะทำให้ห้ามใจไม่ได้ แต่ถ้าอยากไปโดยไม่ลังเล ก็โทรสอบถามจองโต๊ะได้ที่ 081-455-8347 ครับ ทุกพฤหัสสิ้นเดือนร้านหยุดนะครับ ส่วนเจ้าของร้านผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ผมอยากให้ไปกันด้วย” เสียงย่อมยอ นันท์นภัส ทั่วหล้า “มากกว่า           จากกันด้วยภาพบรรยากาศของ นันท์นภัส ครับผม

ภาพร้านนันท์นภัส

นันท์นภัส1_resize

นันท์นภัส3_resize

นันท์นภัส4_resize

นันท์นภัส5_resize

นันท์นภัส7_resize

สัตวแพทย์โอภาส มหาศักดิ์สวัสดิ์

ตอนแรกผมรู้สึกทึ่งมากๆที่รุ้ว่า หมอคนหนึ่งเก่งมากรักษาคนก็ได้ รักษาสัตว์ก็ได้ มีคลีนิคตั้งหลายแห่งเปิดบริการบนถนนสายหลักของฉะเชิงเทรา แปดริ้วบ้านเรา และหมอคนนั้นชื่อ โอภาส แต่แล้ว ผมก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างมากที่มารู้ว่า แท้ที่จริง หมอโอภาสแต่ละท่านนั้น เป็นคนละคนกัน ที่รักษาคนก็โอภาสหนึ่ง ที่รักษาสัตวก็โอภาสหนึ่ง แหะ แหะ อาย
แต่ ณ ตรงนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ หมอโอภาส มหาศักดิ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ครับ
คลีนิคของท่านตั้งอยู่บนถนนสายดอนทองขาเข้าเมืองครับ โดยที่เมื่อเราเมื่อเราเลยทางเข้าดอนทอง เลยโลตัสที่อยู่ซ้ายมือ ก็ยูเทริ์นกลับมานิดนึงครับ ที่นี่จะมีคุณหมอสองท่านคือ คุณหมอโอภาส กับ คุณหมอกาญจนา พร้อมกับผู้ช่วยแพทย์ คลีนิคเป็นคูหาเดียวครับ แต่ครบเครื่องเรื่องเครื่องมือในการรักษาครับ และที่นี่น่าจะเป็นที่เดียว(น่าจะนะครับ)ที่มีถังให้ออกซิเจนสำหรับสัตว์ที่อาการค่อนข้างหนักครับ ก็รับรักษาทั้ง หมาและแมวครับ ไม่ว่าจะโรคประจำ โรคทั่วไป ผ่าตัดทำหมัน ฉีดยาคุม ให้คำปรึษาแนะนำ คุณหมอใจดีครับแม้จะเหนื่อยยังไง ก็พูดจากับเจ้าของไข้อย่างเป็นกันเองครับ นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ หากต้องการสัตวแพทย์แล้วมาจากทางคอมเพลกซ์ ขี้เกียจรถติดในเมืองก็แวะที่นี่ได้เลยครับ สะดวกมากมาย ค่ารักษาก็ไม่แพงอย่างที่คิดเลยครับ เปิดทำการทุกวันครับ ส่วนเบอร์โทรติดต่อผมขอติดไว้ก่อนครับ ไม่ทราบว่าเก็บไว้ตรงไหน ได้มาเมื่อไหร่ก็จะนำมาแปะไว้ให้เพื่อความสะดวกครับ

หมอโอภาส3_resize

หมอโอภาส1_resize

หมอโอภาส2_resize

หมอเจี๊ยบ

หลายต่อหลายครั้ง ที่เวลาเราจะเรียกใช้บริการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นของคนหรือสัตว์เลี้ยงของเรา เรามักดูรูปร่างภายนอกก่อนเป็นสำคัญ นั่นคือ สภาพของอาคารสถานที่ที่ทำการ และนั่นก็อาจจะทำให้หลายต่อหลายครั้ง เราพลาดที่จะพบกับบริการ ความเอาใจใส่อย่างดีไปได้
ที่ทำการของสัตวแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า หมอเจี๊ยบ ก็เป็นเช่นนั้นครับ รูปลักษณ์ของร้านที่เป็นเพียงคูหาเดียว ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือการตกแต่งที่น่าทันสมัย แต่ในด้านความเอาใจใส่ในตัวสัตว์เลี้ยงของเรายามที่ต้องพึ่งหมอ หรือยามที่เราต้องการคำปรึกษา แนะนำ เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่า อาการป่วย การตั้งท้อง การคลอดลูก การทำหมัน ทั้งแมว และ หมา ผมว่าหมอเจี๊ยบนี่น่าจะเป็นคำตอบ และทางเลือกหนึ่งของคนรักและเลี้ยงสัตว์ครับ
ที่ทำการของหมอเจี๊ยบนั้น หาไม่ยากครับ ไปทางสายบ้านใหม่ เลยเทสโก้ไป จนถึงทางที่จะเลี้ยวเข้าวัดสัมปทวนครับ แต่เราไม่ต้องเลี้ยวครับ เพราะร้านจะอยู่ตึกที่ติดกับทางเลี้ยวเข้า มีป้ายบอกชัดเจนครับ ใครที่มีปัญหาเรื่องหมา แมว ก็เข้าปรึกษาได้ครับ แต่คุณหมอจะปิดร้านวันอาทิตย์และวันจันทร์ครับ นรอกจากรับรักษาที่ร้านแล้ว ก็ยังมีบริการนอกเวลาทำการนอกสถานที่เป็นครั้งคราวไปด้วยครับ ร้านก็เปิดตั้งแต่เวลา 09.30-19.30 โดยประมาณครับ ส่วนเบอร์โทรติดต่อก็ตามนี้ครับ 081-3117275 , 086-361-8566

ภายในร้านหมอเจี๊ยบ

หมอเจี๊ยบ1_resize

หมอเจี๊ยบ2_resize

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นดวง

….ถ้าเลยจากร้านตาตี๋ ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณมา จะเห็นบิ๊กซี2(คาร์ฟูเดิม) อยู่ทางขวามือ แล้วก็จะเป็นองค์การ โทรศัพท์อยู่ทางซ้ายมือ ก็หาที่จอดรถได้เลย ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นดวงจะเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ บรรยากาศของร้านก็จะเป็นแนวร้านริมทางทั่วไป ค่อนข้างร้อนเนื่องจากเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ

…สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยว กับที่นี่…… ประการแรกไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้านะครับ เหตุผลก็คือ ต้องเกรงใจลูกค้าคนอื่นๆเพราะขนของสัตว์เลี้ยงอาจปลิวไปเข้าจานของเขาได้ ประการที่สองเวลาสั่งดูเหมือนเจ๊แกจะไม่สนใจ แต่…สั่งไปเถอะแกจำได้หมด เจ๊แกชื่อ ศรี ส่วน ดวง นั้นเป็นชื่อสามีของแก…นี่ก็ถือว่าเป็นเจ้าเก่าแก่เจ้าหนึ่งของถนนเส้นนี้ หลายครั้งที่แกจะเลิกขาย แต่ก็เลิกไม่ได้ เพราะลูกค้าประจำไม่ยอม ร้านเปิดเช้ามากและก็ปิดเย็นมากเช่นเดียวกัน อย่างเร็วก็บ่ายสาม ไม่ใช่แกขายไม่ดี แต่แกทำเป็ดเยอะมาก เป็ดที่นี่ใช้เป็ดของ ดั๊กคิง เจ้าพ่อเป็ดเมืองแปดริ้ว สะอาด ถูกหลักอนามัย ส่วนเรื่องตุ๋นเป็ดก็หายห่วง เฮียดวงแกจะทำหน้าที่ตุ๋นทั้งวัน….ร้านดวง นอกจาก ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เป็ด ซึ่งมีทั้งตุ๋น และพะโล้ แกยังมีน่องไก่ และข้าวไว้บริการด้วย ที่นี่ก็เหมือนร้านตาตี๋ คือ ไฟจากเตาไม่เคยดับ ดังนั้นเรื่องความร้อนของน้ำก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องพูดถึง พอๆกับพริก ที่ตั้งใจมาเผ็ดก่อนปรุงควรชิมก่อนนะครับ เพราะน้ำก๋วยเตี๋ยวจะหวานมาก เนื่องมาจากใช้ซี่โครงเป็ดมาตุ๋นทำเป็นน้ำก๋วยเตี๋ยว ผ่านมาลองแวะทานกันดูครับ ใจไม่กล้าพอหรือถ้าไม่หิวจนหน้ามืด คิดให้ดีก่อนสั่งจานพิเศษนะครับ เพราะขนาดจานธรรมดาก็อลังการเกินคาดเดาแล้วครับ

ลุงตี๋ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ

เมื่อเรามาจากสุวินทวงศ์ตรงเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทราทางสะพานโสธราเวชเลย สถานีรถไฟมา(ถนนเส้นนี้เราเรียกถนนมหาจักรพรรดิ์ ) จะพบทางแยกแรกขวามือให้เลี้ยวขวาเข้ามา ( ถนนเส้นนี้เรียก ถนนศรีโสธรตัดใหม่  ) ถนนเส้นนี้จะมุ่งไปยังม.ราชภัฏราชนครินทร์  ค่าย ช.พัน2 โบสถ์หลวงพ่อพุทธโสธร บนถนนเส้นนี้มีของกิน ของฝากมากมาย ร้านแรกที่จะแนะนำเลยก็คือ  ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณลุงตี๋(เฮียตี๋)…….ลุงตี๋นี่แกขายมานานมากราว 40 ปีแล้วก็ว่าได้ แต่ไม่เคยเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนส่วนผสมเลย ของทุกอย่างแกจะทำเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ถั่ว กระเทียมเจียว หมูบะช่อ น้ำมะนาวที่ไว้ปรุงต้มยำ ผักและเนื้อหมูนี่แกจะล้างจนสะอาดด้วยน้ำเกลือ เด็ดใบที่เสียออกจนหมด หมูบะช่อนี่แกจะหั่นหมูเองถ้าพบก้อนเนื้อแข็งๆที่เรียกว่าก้อนซีส แกจะแล่ทิ้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเอาก้อนพวกนี้ปั่นรวมเข้าไปด้วย กินแล้วมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ดังนั้น ที่นี่ด่านแรกเรื่องความสะอาดผ่านได้ฉลุย ส่วนเรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวที่นี่นั้นถือคติที่ว่าถ้าน้ำไม่เดือดจะไม่ลวก เส้นเด็ดขาด….ที่นี่มีสิ่งที่ต้องพึงระวัง 2 อย่าง คือ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนมาก และ พริกเผ็ดมาก……..ปัจจุบันเฮียตี๋วางมือแล้ว จะคอยเดินอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยที่ผู้สานต่อคือ ลูกชายและลูกสะใภ้ของแก แต่โดยที่ทั้งสองมีงานประจำต้องทำ จึงขายแค่วันหยุดราชการเท่านั้น ลองดูครับถ้าผ่านมาถนนเส้นศรีโสธรตัดใหม่ แวะทานกันดูครับ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและบะหมี่ครับ

ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ

เตือนการใช้เส้นทางสายสุวินทวงศ์ขาเข้า-ออกตัวเมืองฉะเชิงเทรา

เตือนใช้ถนน
อันที่จริงแล้วถนนสายนี้ก็ทำการขยายผิวจราจร(ทำถนนใหม่) มาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดนั้น ก็เป็นตั้งแต่เลยแยกสตาร์ไลท์ไปยาวเหยียดเลย(ทั้งไปและกลับ) และก็จะเป็นช่วงที่ฝนยังไม่เทลงมา แต่นาทีนี้ งานขยายผิวจราจรนั้นได้ใกล้เข้ามาถึงแปดริ้วบ้านเราแล้ว โดย ณ เวลานี้ ช่วงที่ติดขัดก็จะเป็นช่วงสะพานโสธราเวช(ติดตั้งแต่บนสะพาน) ขาออกจากเมืองฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพ ดังนั้น ช่วงขึ้นสะพานมาได้ ควรใช้ความระมัดระวัง อย่าขับเร็วดุจดังเดิม เพราะจะทำให้รถของเราไม่เหมือนเดิมได้ อีกทั้ง ถ้ามีฝนตกลงมา ก็จะมีน้ำท่วมขังเป็นจุดๆทางด้านขวามือ อันนี้ต้องระวังครับ เพราะส่วนใหญ่พอเจอก็จะหักหลบออกมาเลนซ้าย เพราะกลัวรถเลอะ โดยที่ไม่ได้กลัวสิบล้อที่อยู่ทางเลนซ้ายเลย บางช่วงที่ถนนลาดเอียงก็ต้องระวังครับ เพราะน้ำก็จะไปขังยังด้านที่ต่ำกว่า ยังไงซะช่วงนี้ถ้าใช้รถ ใช้ถนนผ่านเส้นทาง สุวินทวงศ์ทั้งขาเข้า-ออก ก็เพิ่มความระมัดระวังกันมากขึ้นด้วยนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก เมืองฉะดอทคอม ครับผม