หอพักศรีสุข

ไม่ไกลตัวเมือง ใกล้ถนนใหญ่ ใกล้ห้าง สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม อากาศดี ที่สำคัญต้องไม่แพง น่าจะเป็นปัจจัยหลักสำหรับคนที่หาที่พักที่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานโรงงาน นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่รายได้ไม่มากนัก ปัจจัยหลักที่กล่าวมา หลายต่อหลายครั้งที่คนหาที่พักอาศัย ได้แค่ตั้งเงื่อนไขไว้ แล้วค่อยๆตัดออกทีละปัจจัย จนเหลือแค่คำพูดปลอบใจตัวเองว่า ทนเอาหน่อยน่ามันถูกกว่าที่อื่น แล้วก็ทนอยู่ไป แต่ วันนี้ ณ บัดนี้ ไม่ต้องทนหรือตัดปัจจัยต่างๆที่เราอยากได้ออกไปแล้วครับ เพราะ เฮียสมจิตร ผู้ใหญ่ใจดี ได้สร้างหอพักขึ้นมา เพื่อตอบทุกโจทย์ ทุกปัจจัยที่เราท่านผู้หาที่อยู่ที่อาศัย ตอบชนิดที่ให้เกินโจทย์ที่ตั้งไว้อีกครับ เราไปดูกันครับว่าที่ผมพูดมามันโม้หรือเปล่า
หอพักศรีสุข
หอพักศรีสุข (3)หอพักศรีสุข (1)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่เป็นบรรยากาศภายนอกครับ เป็นหอพักสองชั้นครับ ที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสบาย เห็นภาพรวมคร่าวๆแล้ว คงไม่ต้องบรรยายเลยนะครับว่าอากาศจะเย็นสบายและสดชื่นขนาดไหน ต่อไปต้นไม้น้อยใหญ่ก็จะเติบโตเป็นร่มเงา ออกดอกออกผลให้ได้ยลกัน หมู่นกน้อยใหญ่ก็จะมาส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้เราได้ยินกัน ทำให้ลืมภาพเมืองและผู้คนอันยุ่งเหยิงลงไปได้ถนัดใจเลยครับ สูดอากาศภายนอกแล้วเราเข้าไปดู บรรยากาศภายในห้องพักกันบ้างครับ
หอพักศรีสุข (6)
หอพักศรีสุข (5)
หอพักศรีสุข (7)

หอพักศรีสุข (8)
หอพักศรีสุข (10)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครบครัน แถมยังใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้เลย จะไม่ให้ใหม่ได้ยังไงละครับ ก็หอพักศรีสุข นี่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 ตุลา ที่ผ่านมานี่เองแหละครับ มีทุกอย่างที่คุณอยากได้ ไม่ว่าที่นอน อ่างล้างหน้า พัดลม ทีวี wi-fi ที่จอดรถ ตู้น้ำดื่ม เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ แถมด้วยสิ่งที่ที่อื่นแทบไม่มี นั่นคือความสงบและอากาศแสนสบาย บางคนอาจตั้งแง่ว่า พัดลมมันร้อน โถ โถ ไม่ยากครับ บอกเฮียแกได้ครับ ว่าอยากนอนแอร์ เดี๋ยวเฮียแกจัดให้ ห้องไหนอยากได้บอกติดให้เลยครับส่วนเรื่องค่าเช่านั้น ไม่แพงครับ ชั้นบนราคา 2600 บาท ชั้นล่างราคา 2800 บาท ไม่เหมือนหวยใต้ดินครับที่จ่ายข้างบนแพงกว่าข้างล่าง เห็นภาพแล้ว ถ้าสนใจก็ไปตามแผนที่นี้เลยครับ
แผนที่หอพักศรีสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปถูกกันไหมเอ่ย คือเมื่อถึงไฟแดงแยกศรีสุนันท์ ก็เลี้ยวขวาไปทางโรบินสัน ฉะเชิงเทรา เลยไปก็จะพบทางเข้าวัดชมโพธารามอย่าเลี้ยว เลยไปอีกซอยหนึ่งจะเป็นซอยเข้าหมู่บ้านมารวย (ซอยหลอดบางกุ้ง)เลี้ยวเข้าไป เจอแยกขวามือแยกแรก เลี้ยวขวาไป จะเจอหมู่บ้าน ลลิล เลยไปจี๊ดนึงก็จะเห็น หอพักศรีสุข ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ครับ แต่ถ้างงเพราะผมอธิบาย ง่ายๆเลยครับ โทรไปหาเฮียสมจิตร ที่เบอร์นี้ครับ 089-752-3912 หรืออยากพูดคุยทางไลน์กับแกก็แอดเข้าไปตามนี้ครับ somjitsrisuk แน่ะเห็นไหม เฮียแกทันสมัยเล่นไลน์ด้วย สมัยนี้ต้องแบบนี้ครับ เพื่อผู้พักอาศัยมีอะไรติดขัด ไม่ได้รับความสะดวก ก็บอกแกได้เลยทางการสื่อสารออนไลน์ ที่พิเศษกว่านั้น ถ้าใครชอบออกกำลังกายด้วยการเล่นแบดละก้อ เย็นๆติดรถไปกับเฮียแกได้ครับ เพราะแกชอบเล่นแบดมาก ถ้าไม่เชื่อก็ดูถ้วยรางวัลที่บ้านแกได้ครับ  ครับผม พอหอมปากหอมคอกับ หอพักศรีสุข นะครับ อย่าช้าครับ โอกาสดีๆกับหอพักเปิดใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก เจ้าของสุภาพเรียบร้อย ราคาไม่แพง ช้าไปเต็มแล้ว คงต้องรอจนเบื่อนะครับ เพราะถ้าเป็นผมได้อยู่ก็ยากครับที่จะออก หอพักดีๆแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนะครับในฉะเชิงเทรา แปดริ้วของหมู่เฮาทั้งหลาย

สวนอาหารท่าทองหลาง

เดิมในเขตพื้นที่ตำบลท่าทองหลางนั้น เป็นชุมชนของชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกราก โดยประกอบอาชีพหลักคือค้าขายและปลูกสัปปะรด ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยทื้นที่บริเวณริมคลองท่าทองหลางในปัจจุบัน และโดยที่ในพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นมีต้นทองหลางขึ้นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ประชาชนในอดีตเดินทางโดยใช้การคมนาคมทางน้ำ จึงต้องตัดต้นทองหลางเพื่อใช้พื้นที่ทำท่าเรือในการคมนาคมเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันและใช้ขึ้นลง เพื่อขนส่งสินค้า จึงเป็นที่มาของชื่อตำบลว่าตำบลท่าทองหลาง อันนี้ก็เป็นที่มาที่ไปแบบสั้นๆของที่มาของตำบลนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางคล้า ฉะเชิงเทรา ประเทศไทยบ้านเรา หยิบยกนำมาเป็นเกร็ดความรู้กันซึ่งนั่นเป็นตำนานในอดีตที่ผ่านมาและดำรงอยู่ และชื่อนี้ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ผูกพันกันดุจดั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน หยิบยกขึ้นมาโดยมีส่วนขยายความหมายของมันเพิ่มเติมว่า ที่นั่นเคยมีพันธุ์ข้าวหอมที่อร่อยที่น้อยคนจะรู้จักและได้ลิ้มรสมัน ความสำนึกในผืนนาข้าวนั้น ทำให้คนหนุ่มสาวคู่นี้ได้ผนวกรวมกันกับความคิด ความฝันของตน แล้วสื่อสารออกมาเป็น ตำนานหน้าใหม่ที่จะจารึกจดจารไว้ในอำเภอบางคล้าของหมู่เอาชาวแปดริ้ว ภายใต้ชื่อ สวนอาหาร ท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

สวนอาหารท่าทองหลางนั้น ดำรงคอนเซปต์ของความเป็นธรรมชาติ ด้วยบรรยากาศของแมกไม้ สระบัว ยุ้งข้าว นาข้าวเล็ก ด้วยขนาดพื้นที่พอเหมาะพอควร การเดินทางก็สะดวกสบายไม่ต้องดั้นด้นค้นหาอะไรให้มากมายวืดวือ ถ้าเป็นคนพื้นที่พูดง่ายๆเลยว่า อยู่ติดกับโลตัส แต่ถ้าเป็นคนนอกพื้นที่ ก็เอางี้ ถึงสี่แยกบางคล้า เลี้ยวเข้าบางคล้า ขับตรงมาเรือยๆ ประมาณ2-3กิโล จะเห็นโลตัสอยู่ซ้ายมือ แล้วก็จะเป็นสวนอาหาร ท่าทองหลาง เป็นไงง่ายไหมครับ

ท่าทองหลาง

ที่นี่ จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ชนิดที่ว่าพอลงจากรถเดินเข้าร้าน คุณจะลืมสภาพป่าคอนกรีตกันไปเลยทีเดียว มีโต๊ะอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ(ถ้าจำผิดก็ขออภัยนะครับ) ที่พร้อมจะยืดจะหดได้ตามจำนวนของผู้ที่มาเยือน ด้วยเจตจำนงของเจ้าของร้านที่อยากให้เป็นที่เพื่อนฝูงคนรู้ใจกัน ได้มาใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กันอย่างเป็นธรรมชาติ ปราศจากการเจือปนจากจริต คงมีเพียงน้ำมิตร ที่หากจะเพิ่มด้วยเติมน้ำเมา เขาก็มีเบียร์ มีสปายหลากรสไว้ให้จิบๆพออาเจียนกัน

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

ด้านอาหารนั้นไม่ได้มีเมนูอะไรมากมาย เน้นที่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก เป็นหลัก พร้อมเมนูยำๆ ทอดๆ แต่ อร่อยทุกอย่าง ย้ำว่า อร่อยทุกอย่าง เพราะเจ้าของร้านเข้าครัวเอง อันที่จริงแล้ว ผมว่าเขาคิดถูกนะ ไม่ต้องมีเมนูอะไรมากมาย ชนิดที่ว่าพอเห็นแล้วต้องถามตัวเองว่า แล้วเราจะกินอะไรดี ไอ้โน่นก็อยาก ไอ้นี่ก็อยาก อ่านเมนูแต่ละครั้ง นึกว่าอ่านนิยายเรื่องสั้น ผมว่าเอามันแค่นีแหละง่ายดี แต่ อร่อยทุกอย่าง สำหรับร้านนี้ผมถือว่าโชคดีมากเพราะวันที่ไปลิ้มลองนั้น ผมไปกัน 10 คน ก็เลยได้ลองอาหารมากมายหลายเมนู อาทิเช่น กุ้งแช่น้ำปลา ปลากะพงสามรส กุ้งแม่น้ำเผา ยำถั่วพลู ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำปลากะพง แหนมซี่โครงทอด กุ้งผัดพริกขี้หนู ปีกไก่ทอดเกลือ ทุกอย่างอร่อยและหมดเรียบ จนต้องสั่งซ้ำสอง รสชาติอาหารเขาจะกลางๆครับ เด็กหรือคนที่ไม่ทานเผ็ดก็ลิ้มลองได้ อย่างเช่น กุ้งแช่น้ำปลา หรือ กุ้งผัดพริกขี้หนูนี่ เขาปรุงรสเสร็จแล้วจะมีพริกขี้หนูมาให้เราอยู่ข้างจาน ใครอยากเผ็ดสักปานใดก็ตักเสริมเข้าไปครับ โอเคนะ ทานได้ทุกเพศทุกวัย มาลองดูหน้าค่าตาของอาหหารกันก่อนครับ(คราวหน้าจะถ่ายมาให้ชัดกว่านี้ครับ รอบนี้อาศัยมือถือในยามค่ำคืนก็เลยเบลอไปนิดนึงครับ)

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลางท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพอาหารหน้าตาแลดูบ้านๆนะครับ แต่ รสชาตระดับเชฟกะทะเหล็กเลยทีเดียว คนจริงใจก็แบบนี้แหละครับไม่แต่งเติมอะไรมากมาย เน้นที่รสชาติกันเพียงอย่างเดียวเลย ก็เหมือนคบคนนะครับ มัวมองแต่หน้าที่การงานหรือเครื่องแต่งตัวเพียงอย่างเดียว แล้วงมงายไปตัดสินว่าเป็นคนดีก็คงไม่ได้ แต่ถ้าหากในแต่ละวันเหล่าท่านต้องวนเวียนอยู่กับผู้คนแบบนี้จนเหนื่อยล้าอารมณ์ ที่นี่ก็ยังมีบริการ สปา เอาไว้บริการทุกท่านนะครับ

เรือนสปาท่าทองหลาง

นี่คือเรือนสปาที่ตั้งอยู่สุดทางเดินของร้านครับ
หากวันที่เหนื่อยล้าของท่าน ต้องการทดแทนด้วยอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาตและคุณภาพของสดๆที่ซื้อเข้ามาใหม่ๆในแต่ละวัน ต้องการที่พบปะสังสรรค์ในหมู่ผองเพื่อน ผมแนะนำที่นี่เลยครับ ท่าทองหลาง ที่ๆท่านมาแล้วต้องมาซ้ำสอง ซ้ำสาม มากันเป็นหมู่คณะนะครับ จะได้ลิ้มชิมรสอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างในเวลาเดียว โน่นนิดนี่หน่อย เหมือนกับผมและผองเพื่อน แล้วค่อยย่องมาตามลำพังเพื่อที่จะเน้นในปริมาณในแต่ละเมนูครับ สนใจทักทายสอบถาม จับจองมุมที่ชอบได้ที่เบอร์นี้ครับ 094-781-5353 คุณหนึ่งครับ จากกันไปด้วยเมนูของทางร้านที่เป็นร้านแรกครับที่ผมนำมาลง ก็เพราะมันไม่ใช่เมนูที่ดูเหมือนนิยายเรื่องสั้นครับ อาจดูน้อยนิดในรายการอาหาร แต่เชื่อเถอะ มีสิบอย่างอร่อยสิบอย่างถือว่าร้อยเปอร์เซนต์
แต่ถ้ามีร้อยอย่างแล้วอร่อยแค่สิบอย่าง มันอร่อยแค่สิบเปอร์เซนต์ครับ ถ้าไม่เชื่อว่าของเขาอร่อยทุกอย่าง ต้องลองครับ แล้วจะรู้ว่า อร่อยทุกอย่างไม่ใช่คำพูดที่กล่าวอ้างกันขึ้นมาแบบลอยๆนิ

เมนูท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

โทน คอนโดเรนท์(Tone Condorent)

“โทน เอ๋ยโทน เพื่อนโทนผู้น่าสงสาร……..” คนที่มีความสามารถรู้ข้อความต่อจากที่เว้นไว้ได้ หรือ รู้ว่านี่คือเพลงประกอบภาพยนตร์ดังในอดีตเรื่อง “โทน” คนผู้นั้นถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้หนังไทย ก็คงต้องบอกว่า คุณคือ คนแก่ ก็เพราะว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังดังในอดีต ถ้านับอายุถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ ก็ปาเข้าไป 45 ปี กับอีก 5 วัน ทำไม “โทน” ถึงเป็นประวัติศาสตร์หนังไทย ก็คงเพราะ นี่คือเรื่องแรกของการกำกับของ เปี๊ยก โปสเตอร์ จนทำให้ต้องทิ้งพู่กันหันมากำกับหนังแทน นี่คือหนัง 35 มม. ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมหนังไทย ที่เดิมมักถ่ายทำในระบบ16 มม.ให้หันมาสนใจระบบ 35 มม.(แต่โทนไม่ใช่หนัง 35 มม.เรื่องแรกนะครับ เรื่องแรกเลยในระบบสี คือ เมืองแม่หม้าย แต่โทนเป็นหนังเรื่องแรกที่เปี๊ยก โปสเตอร์กำกับ และเป็นระบบ35 มม .ครับ)  นี่คือการเขียนบทของนางเอกเรื่องแรกให้โดนข่มขืน นี่คือการกำเนิด สังข์ทอง สีใส ขึ้นในโลกภาพยนตร์ และหากจำเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งมีถึง 7 เพลงได้ นอกจากโทนซึ่งขับร้องโดย สังข์ทอง สีใส แล้ว ยังมีเพลง ชื่นรัก ซึ่งขับร้องโดย เศรษฐา ศิระฉายา เพราะมาก ผมชอบ ทำนองมันคล้าย Scarborough Fair ของ Simon & Garfunkel ที่ผมร่ายยาวมาจนถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าคนอ่านคง งง งงกับผมว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคอนโดวะ ตรูจะหาที่พักไม่ได้หาประวัติศาสตร์หนังไทยซะหน่อย นั่นสิ ผมก็งงเหมือนท่านนั่นแหละ

เอ้าวกเข้าเรื่องกันดีกว่า หนังเรื่องโทนนี่ เอ๊ย Tone Condorent นี่ตั้งอยู่ในซอยลิเกครับ ซอยนี้สังเกตง่ายครับเพราะปากทางจะมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย I-Aon ตั้งอยู่ครับ ถ้าไม่รู้จักร้านนี้ก็เอาเป็นว่าซอยตรงข้ามร้านไก่ย่างน้องปูแล้วกันจะได้ไม่สับสนกับซอยโรงฆ่าสัตว์ เข้าไปเกือบสุดซอยครับ ก็จะเห็นอาคารตามภาพข้างล่าง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ขวามือ

tone006

นั่นไงครับ อาคารด้านหลังแหละครับคือส่วนของคอนโด ที่มีให้เช่าทั้งรายวัน และรายเดือน ส่วนที่เห็นด้านหน้านั้น คือ ร้านกาแฟโทนหรือ Tone coffee ซึ่งมีไว้บริการทั้งท่านผู้ที่พักอาศัยและผู้คนสัญจรผ่านไปมา รสชาติกาแฟของที่นี่ก็เข้มข้นได้สะสาแก่ใจสำหรับผู้ที่นิยมกาแฟ(จ่าย)สดครับ เรามาดูภายในห้องหับที่พักอาศัยกันดีกว่าครับ

tone007

tone8

tone010

เป็นไงบ้างครับ เห็นแล้วก็น่านอน น่าพักอาศัย กับบรรยากาศที่แสนสบายและสะอาดสะอ้าน ส่วนอัตราค่าบริการก็อยู่ในระดับสมเหตุสมผลครับ เพราะที่นี่ทำคอนโดให้เป็นคอนโดจริงๆ ไม่ใช่ทำให้เป็นแค่ชื่อนะครับ โทน คอนโดเรนท์นอกจากจะมีร้านกาแฟแล้ว ก็ยังมีบริการต่างๆ ทั้งที่มีแล้วอาทิเช่น บริการนวด ร้านอาหาร เบเกอรี่ เสริมสวย ส่วนที่ยังไม่มีและข่าวแว่วเข้าหู ก็คือ สนามแบดมินตัน นี่ถ้าเปิดคอร์ดแบดขึ้นมานะ ผมจะกวาดต้อนผู้คนในก๊วนให้มาเล่นที่นี่ที่เดียวเเลยจริงๆนะ

tone-4

tone9

tone4

tone10

เป็นไงบ้างครับ บริการได้ครบครันกันเลยทีเดียวเจียวแหละ ยังครับ ยังไม่พอเราไปต่อที่โปรโมชั่นกันบ้างดีกว่า tone6

 

ก็มีให้พอกันหอมปากหอมคอกาแฟครับ ส่วนใครที่สนใจ อยากได้ที่พักอาศัยดีๆ เดินทางออกถนนเส้นหลักได้สะดวกทั้งศรีโสธรตัดและบางปะกง ฉะเชิงเทรา ใกล้กับสามห้าง คือทั้งโรบินสัน บิ๊กซี1และ2 บริการครบครัน น้ำไม่ท่วม แต่ทั้งหลายทั้งปวง ผมว่าต้องมาเจอเจ้าของครับ แกน่าร๊ากกกกก พูดจาอ่อนน้อม สุภาพมาก น่ารักอ่ะ ติดต่อมาทางเบอร์นี้ได้เลยครับ 095-794-7888 หรือ 033-021-788 ครับ อย่างงกับรหัส 033 นะครับโทรศัพท์บ้านเบอร์ใหม่ๆจะขึ้นต้นด้วย 033 ครับผม

ครับ… จวบจนบรรทัดนี้แล้ว ผมว่า ถ้า…โทน..คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหนังไทย โทน คอนโดเรนท์ คืออีกหน้าหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่อย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปแบบอาคารที่ใช้หลัก Modern Eco Lifestyle มาออกแบบ และบริการที่มีอยู่ในตัวอาคารอย่างครบครัน  ครับผม  หนังเรื่อง โทน ยังคงเป็นตำนานให้เราเล่าขาน สืบค้นกันอยู่  และ โทน คอนโดเรนท์ ก็เฉกเช่นกันครับ โทน คอนโดเรนท์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้บริการแบบเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือ ตักตวง กอบโกยผลประโยชน์เพียงถ่ายเดียว แต่ โทน คอนโดเรนท์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นตำนานการพลิกโฉมที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สมกับเป็นคอนโดเต็มนิยามความหมายของมัน Tone Condorent คอนโดที่เป็นคอนโดจริงๆของชนชาวแปดริ้วบ้านเราเองครับ

ร้านนันท์นภัส

เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอ ยศใคร ทั่วหล้า
ในยุคที่การสื่อสารรวดเร็วปานจะอี้จะอั้นนี้ หากการโพสต์การแชร์ที่วนเวียนอยู่บนหน้าเพจ จนความรู้สึกดังโคลงข้างบนเกิดขึ้นเมื่อใด กับใคร และที่ไหน
แน่นอนการที่จะพิสูจน์ความจริงย่อมเกิดขึ้น และหลังจากนั้นก็จะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะเกิดหรือจะดับ ซึ่ง
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เสียงกล่าวขวัญถึงร้าน
อาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งดังกระหึ่มทั่วหน้าเฟซ ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ถนนสายเทพคุณากรนี่เอง ผมก็แค่รอเวลาให้ทุกอย่างลงตัว เพื่อที่จะหาโอกาสไปตาม
เสียงลือเสีบงเล่าอ้างนั้น ไปเพื่อดูว่า เสียงย่อมยอนั้นเท็จจริงประการใด กับชื่อ นันท์นภัส
นันท์นภัส ตั้งอยู่ในซอยเทพคุณากร๒ ถ้ามาทางถนนศรีโสธรตัดใหม่ เลยโบสถ์วัดหลวงพ่อมา ก็จะเริ่มซอยเทพคุณากร ๑ ทางซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาก็จะเริ่มซอยแรกด้วยเทพคุณากร ๒ ทางขวามือ
สังเกตซอยง่ายครับ เข้าไปยี่สิบเมตรแค่นั้นเองครับ ทางร้านมีทีจอดรถไว้บริการเลี้ยวเข้าไปจอดดีกว่าครับ ดีกว่าจอดแอบไว้ ซอยแคบครับ จะได้ไม่เป็นการรบกวนชาวบ้านแถวนั้นด้วยครับ ร้านเขา
จะได้ทำมาหากินแบบสบายใจครับ ที่สำคัญที่สุด จอดในที่จอดรถของร้านปลอดภัยที่สุดครับ

ป้ายร้านนันท์ภัส ฉะเชิงเทรา

ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เน้นสุขภาพเป็นหลัก ผักปลอดสารพิษ เน้นๆที่สดและใหม่ ทุกเมนูปลอดผงชูรส (แทบทุกร้านที่ผมไปลองมีเมนูเดียวที่ปลอดผงชูรส นั่นคือน้ำเปล่า) ที่นี่เน้นความสะอาดแบบสุดๆ
เริ่มตั้งแต่สถานที่ทั้งกลางแจ้งและห้องแอร์ ไปจนถึง จาน ชาม ภาชนะ ชอบมากคือทิชชู่ครับ ใหญ่ หนา นุ่ม เช็ดได้แบบแผ่นเดียวเอาอยู่ ที่ยังไม่ได้สัมผัส ก็คือ ห้องน้ำครับ เพราะไม่กล้าลุกไปเข้า
กลัวว่ากลับมาแล้วคนที่ร่วมโต๊ะจะกินอาหารบนโต๊ะจนหมดเสียก่อน
หลังจากที่ได้ลิ้มลองในครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นแหนมเนือง หมูห่อใบชะพูล ข้าวผัด(อร่อยจนลืมจำชื่อมา) แล้วก็หมูอะไรสักอย่างนี่แหละ แถมท้ายด้วยขนมเบื้องญวน ก็ต้องกลับไปอีกครั้ง เผื่อลอง
ปอเปี๊ยะสดหมู กุ้ง ปลาทอดตะไคร้ เฝอ แล้วทบทวนรสชาดของ ขนมเบื้องญวณอีกครั้ง

 

ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายตอนอายุเจ็ดแปดขวบได้กับเมนูขนมเบื้องนี้ มันใช่เลยทั้งกลิ่นและรส แม้ว่าเครื่องปรุง รูปแบบ น้ำราด จะถูกเปลี่ยนแปลง แต่รสสัมผัสที่ได้รับ มันย้อนอดีตไปเมื่อช่วงเวลานั้นจริงๆ ช่วงที่เป็นเด็กน้อยแล้วมีตังค์พอที่จะซื้อขนมเบื้องญวณที่ตีนกะไดวัดโบสถ์ ณ ประเทศจันท์บ้านเดิมของผม จนผมอยากเรียกเมนูนี้ว่า เจาะเวลาหาอดีต ซะจริงๆเลย

ขนมเบื้องญวณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้สัมผัสกับ นันท์นภัส ถึงสองครั้งสองครา ถ้าจะยึดข้อมูลของผม ก็อยากจะบอกว่า     ไม่มีเมนูไหนที่ผมจะแนะนำเลยสำหรับที่นี่   มันอร่อยไปทุกอย่าง เรียกว่าคุณไม่ต้องรู้จักหรอกว่า        มันคืออะไร หลับตาจิ้มๆไปก็ได้ ทุกอย่างรสชาดยอดเยี่ยม ทุกเมนูมันถูกปรุงขึ้นมาจากความเอาใจใส่ การเลือกสรร เหมือนทำกับข้าวให้คนในบ้านกิน ทุกบริการมันฉาบทาด้วยมิตรภาพ รอยยิ้ม ดุจดั่งบริการญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง จนผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า สองครั้งที่ผมมาที่นี่นั้น ผมอิ่มเพราะอาหาร หรือผมอิ่มเพราะน้ำใจของทุกคนใน…นันท์นภัส..กันแน่
ผมมัวแต่เพลินกับอาหารและธารน้ำใจของที่นี่ เก็บภาพมาได้เพียงบางมุม บางส่วน อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็หาได้ในเฟซเลยครับ พิมพ์ชื่อร้าน ก็จะรายละเอียดเพิ่มเติมมากมาย แนะนำนะครับ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเสียตังค์อย่าเพิ่งค้นหาครับ เพราะจะทำให้ห้ามใจไม่ได้ แต่ถ้าอยากไปโดยไม่ลังเล ก็โทรสอบถามจองโต๊ะได้ที่ 081-455-8347 ครับ ทุกพฤหัสสิ้นเดือนร้านหยุดนะครับ ส่วนเจ้าของร้านผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ผมอยากให้ไปกันด้วย” เสียงย่อมยอ นันท์นภัส ทั่วหล้า “มากกว่า           จากกันด้วยภาพบรรยากาศของ นันท์นภัส ครับผม

ภาพร้านนันท์นภัส

นันท์นภัส1_resize

นันท์นภัส3_resize

นันท์นภัส4_resize

นันท์นภัส5_resize

นันท์นภัส7_resize

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นดวง

….ถ้าเลยจากร้านตาตี๋ ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณมา จะเห็นบิ๊กซี2(คาร์ฟูเดิม) อยู่ทางขวามือ แล้วก็จะเป็นองค์การ โทรศัพท์อยู่ทางซ้ายมือ ก็หาที่จอดรถได้เลย ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นดวงจะเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ บรรยากาศของร้านก็จะเป็นแนวร้านริมทางทั่วไป ค่อนข้างร้อนเนื่องจากเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ

…สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยว กับที่นี่…… ประการแรกไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้านะครับ เหตุผลก็คือ ต้องเกรงใจลูกค้าคนอื่นๆเพราะขนของสัตว์เลี้ยงอาจปลิวไปเข้าจานของเขาได้ ประการที่สองเวลาสั่งดูเหมือนเจ๊แกจะไม่สนใจ แต่…สั่งไปเถอะแกจำได้หมด เจ๊แกชื่อ ศรี ส่วน ดวง นั้นเป็นชื่อสามีของแก…นี่ก็ถือว่าเป็นเจ้าเก่าแก่เจ้าหนึ่งของถนนเส้นนี้ หลายครั้งที่แกจะเลิกขาย แต่ก็เลิกไม่ได้ เพราะลูกค้าประจำไม่ยอม ร้านเปิดเช้ามากและก็ปิดเย็นมากเช่นเดียวกัน อย่างเร็วก็บ่ายสาม ไม่ใช่แกขายไม่ดี แต่แกทำเป็ดเยอะมาก เป็ดที่นี่ใช้เป็ดของ ดั๊กคิง เจ้าพ่อเป็ดเมืองแปดริ้ว สะอาด ถูกหลักอนามัย ส่วนเรื่องตุ๋นเป็ดก็หายห่วง เฮียดวงแกจะทำหน้าที่ตุ๋นทั้งวัน….ร้านดวง นอกจาก ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เป็ด ซึ่งมีทั้งตุ๋น และพะโล้ แกยังมีน่องไก่ และข้าวไว้บริการด้วย ที่นี่ก็เหมือนร้านตาตี๋ คือ ไฟจากเตาไม่เคยดับ ดังนั้นเรื่องความร้อนของน้ำก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องพูดถึง พอๆกับพริก ที่ตั้งใจมาเผ็ดก่อนปรุงควรชิมก่อนนะครับ เพราะน้ำก๋วยเตี๋ยวจะหวานมาก เนื่องมาจากใช้ซี่โครงเป็ดมาตุ๋นทำเป็นน้ำก๋วยเตี๋ยว ผ่านมาลองแวะทานกันดูครับ ใจไม่กล้าพอหรือถ้าไม่หิวจนหน้ามืด คิดให้ดีก่อนสั่งจานพิเศษนะครับ เพราะขนาดจานธรรมดาก็อลังการเกินคาดเดาแล้วครับ

ลุงตี๋ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ

เมื่อเรามาจากสุวินทวงศ์ตรงเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทราทางสะพานโสธราเวชเลย สถานีรถไฟมา(ถนนเส้นนี้เราเรียกถนนมหาจักรพรรดิ์ ) จะพบทางแยกแรกขวามือให้เลี้ยวขวาเข้ามา ( ถนนเส้นนี้เรียก ถนนศรีโสธรตัดใหม่  ) ถนนเส้นนี้จะมุ่งไปยังม.ราชภัฏราชนครินทร์  ค่าย ช.พัน2 โบสถ์หลวงพ่อพุทธโสธร บนถนนเส้นนี้มีของกิน ของฝากมากมาย ร้านแรกที่จะแนะนำเลยก็คือ  ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณลุงตี๋(เฮียตี๋)…….ลุงตี๋นี่แกขายมานานมากราว 40 ปีแล้วก็ว่าได้ แต่ไม่เคยเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนส่วนผสมเลย ของทุกอย่างแกจะทำเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ถั่ว กระเทียมเจียว หมูบะช่อ น้ำมะนาวที่ไว้ปรุงต้มยำ ผักและเนื้อหมูนี่แกจะล้างจนสะอาดด้วยน้ำเกลือ เด็ดใบที่เสียออกจนหมด หมูบะช่อนี่แกจะหั่นหมูเองถ้าพบก้อนเนื้อแข็งๆที่เรียกว่าก้อนซีส แกจะแล่ทิ้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเอาก้อนพวกนี้ปั่นรวมเข้าไปด้วย กินแล้วมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ดังนั้น ที่นี่ด่านแรกเรื่องความสะอาดผ่านได้ฉลุย ส่วนเรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวที่นี่นั้นถือคติที่ว่าถ้าน้ำไม่เดือดจะไม่ลวก เส้นเด็ดขาด….ที่นี่มีสิ่งที่ต้องพึงระวัง 2 อย่าง คือ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนมาก และ พริกเผ็ดมาก……..ปัจจุบันเฮียตี๋วางมือแล้ว จะคอยเดินอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยที่ผู้สานต่อคือ ลูกชายและลูกสะใภ้ของแก แต่โดยที่ทั้งสองมีงานประจำต้องทำ จึงขายแค่วันหยุดราชการเท่านั้น ลองดูครับถ้าผ่านมาถนนเส้นศรีโสธรตัดใหม่ แวะทานกันดูครับ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและบะหมี่ครับ

ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ

งานหอการค้าแฟร์ปี 2556

งานหอการค้าแฟร์ครั้งที่ 7 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 5-9 พฤศจิกายนนี้ สถานที่จัดงานก็คือบริเวณที่จอดรถปั้นทรายโลก ข้างห้างบิ๊กซี2 (คาร์ฟูเดิม) ฉะเชิงเทรา ภายในงานก็มีลานอาหารพร้อมการแสดงต่างๆ นอกนั้นก็จะเป็นบูธขายของอีกประมาณ 400 บูธ งานนี้ ชิดชนกกรอบรูป ก็ได้ไปออกบูธกับเขาเหมือนกัน ก็มีกรอบรูปพร้อมภาพต่างๆที่น่าเก็บสะสมไว้ให้ลูกหลานดูไปจำหน่าย มีเวลาผ่านไปก็แวะพูดคุยและให้กำลังใจด้วยการอุดหนุนกันบ้างนะครับ

GELATE ฉะเชิงเทรา

ไอติมอร่อยๆพร้อมเสริฟมาแล้วครับ

ของอร่อยถ้าได้บรรยากาศดีๆก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยมากขึ้นไปอีก

ครับผม วันนี้ขอเสนอร้านไอติม(ขอเรียกแบบนี้มันดูบ้านๆดี) ที่มีครบทุกด้านที่คนชอบทานเสาะหา บรรยากาศ รสชาติ ราคา การต้อนรับ ที่สำคัญได้รสชาติที่สะใจลิ้นเป็นอย่างมาก มะนาวเป็นมะนาว กีวี่เป็นกีวี่ แต่ที่ชอบสุดๆ คือหลังจากชำระเงินแล้ว จะนำกลับบ้านหรือจะถือเดินไปหามุมที่ชอบแล้วนั่งทานเลยก็ได้ และเมื่อคุณทานจนหมด คุณก็จะพบความแตกต่างนั่นก็คือ แทบไม่มีไอติมที่ละลายเป็นน้ำติดอยู่ก้นถ้วยให้เสียดายเลย จิง จิ๊ง น้ำเปล่าอยากได้ เดินไปรินได้เอง บ๊ะแร่มแช่มชื่นมาก ร้านที่ว่านี้คือ ร้าน GELATE เป็นร้านไอติมสไตล์อิตาลีโดยที่เมื่อเข้าไปที่ร้าน เราก็จะพบตู้ไอติมแบบนี้

ตู้นี้เป็นตู้รสชอคโกแลต สารพัดอย่างเลยละครับ และตู้ถัดมาก็จะเป็นรสสารพัดผลไม้

ถ้าจะเพิ่มสีสันหรือตอบสนองไอเดียบรรเจิด ก็ต้องเพิ่มทอปปิ้งเข้าไปด้วย รับรองว่าเราจะได้ลิ้มรสสถาปัตยกรรมในถ้วยไอติมที่เป็นฝีมือการสร้างสรรของเราเอง ลองไปลิ้มชิมรสกันดูครับ ร้านหาง่ายมากครับ จะอยู่ซอยตรงข้ามโบสถ์หลวงพ่อโสธรหลังเก่าครับ(ซอยขวัญเรือน)เลี้ยวเข้าซอยก็จะเห็นร้านอยู่ขวามือครับ ทางร้านเขาก็มีโปรโมชั่นเด็ดๆนะครับ 5 สคู๊บ แลก 1 cup S ถ้า 10 ก็แลก cup M
ถ้า 15 ก็แลก cup L และ 20 แลก cup XLพร้อมเครื่องดื่มเย็นครับผม ถ้าต้องการติดต่อสอบถามก็ตามนี้ครับ 089-142-9940
หรือที่ gelate.8riew@gmail ลองดูครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ลิ้นและจมูกครับ

เค้กนมสด บิ๊กซี2ฉะเชิงเทรา

มีของอร่อยมาแนะนำกันอีกแล้วครับ แถมยังสะดวกสบายเวลาซื้อ ที่จอดรถก็กว้างขวาง จอดได้เป็นร้อยคัน จริงๆ เพราะร้านที่ว่านี้ตั้งอยู่ใน บิ๊กซี2 ของแปดริ้วเรานี่เอง บอกแบบนี้แล้วถ้ายังหาไม่พบ ก็คงต้องอดกินของอร่อยกันละครับ

รายละเอียดก็อย่างที่ปรากฏในภาพแหละครับ แต่ที่ทำให้ขนมอร่อยยิ่งขึ้นก็คือ อัธยาศัยของน้องเจ้าของร้านครับ นิสัยน่ารักทั้งสามคนครับ
อีกคนหนึ่งไม่มีภาพมาให้เห็นเพราะจะอยู่ช่วงเช้าก่อนน้องเจ้าของร้านจะมาถึง เป็นพนักงานขายครับ นอกจากเค้กนมสดที่วางจำหน่ายแล้ว
น้องเขายังรับจัดเบรคด้วยนะครับ ที่เหลือผมขออนุญาตบรรยายด้วยภาพก็แล้วกันนะครับ



ถ้าผ่านไปมาก็แวะอุดหนุนน้องเขากันหน่อยนะครับ นึกว่าสนับสนุนคนหนุ่ม คนสาว ที่เลือกอาชีพสุจริต และในช่วงเดือนสิงหาคมนี้
ทางร้านเขามีโปรโมชั่นพิเศษครับ ซื้อครบ 10 ชิ้น แถมฟรี 1 ชิ้น ครับ (สะสมสติ๊กเกอร์)

ของอร่อย สะอาด แล้วยังอัธยาศัยดีๆแบบนี้ อย่าถึงกับเดินผ่านเลยครับ

บุรีมายา(BURIMAYA)


บุรีมายาเป็นทั้งสวนอาหาร ที่นัดพบ ที่เลี้ยงสังสรรค์ ที่พักรถระหว่างทาง เรียกว่าครบเครื่องในที่เดียว  จัดได้ว่าเป็นสวนอาหารที่อยู่ในระดับอลังการงานสร้างทีเดียว สำหรับการลงทุนทำแบบนี้ในต่างจังหวัด    และหากจัดว่าเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่เช่นแปดริ้ว ก็นับได้ว่าคนที่ทำ กล้า แบบว่ากล้าปนบ้าเข้าไปด้วย    แต่ก็นับว่าเป็นนักลงทุนที่มีสายตาของนักลงทุนที่ยาวไกลมากถึงมากมายทีเดียว
บุรีมายานี่ถ้ามาจากทางสุวินทวงศ์ก็อาจจะหายากซักนิด แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป คือถ้ามาทาง      สุวินทวงศ์  เมื่อเห็นสะพานเข้าเมืองให้จับเลนกลางหรือเลนขวา    แต่เลนขวาน่าจะดีที่สุด เพราะเลนกลางรถบรรทุกจะใช้   แม้ว่าเห็นรถบรรทุกจะอยู่เลนซ้ายสุดก็ตาม แต่เมื่อขึ้นสะพานเขาก็จะกลับมาเลนกลาง ด้วยเหตุว่าตรงคอสะพานทางไม่ค่อยเรียบ เอาเป็นว่าถ้ามาทางสุวินทวงศ์ก็กินเลนขวามาตลอดแล้วกันง่ายดี เมื่อขึ้นสะพานจะเห็นป้ายฉะเชิงเทรากับชลบุรีก็ไม่ต้องตกใจ จับเส้นชลบุรีแล้ววิ่งต่อไป แนะนำเลนขวาดีที่สุด ก็จะพบกับอีกหนึ่งสะพานขึ้นไปเลยครับ เมื่อถึงกลางสะพานก็จะเห็น     บุรีมายาอยู่ทางซ้ายมือ อย่ามองเพลินและอย่าใช้ความเร็วสูงนะครับ  เพราะกลางสะพานจะโค้งมาก เมื่อลงจากสะพานก็จับเลนขวาไปตลอด เลยโฮมโปรไป ก็จะเห็นโรงเบียร์แปดริ้ว
เตรียมยูเทริ์นได้เลยครับ เมื่อยูเทริ์นก็เข้าเลนกลางไว้นะครับ และเมื่อมองเห็นป้ายบอกทางก็ชิดซ้ายไว้
ตรงนี้สำคัญนะครับ เพราะเมื่อถึงทางโค้งแยกซ้ายจะเป็นตัว Y นะครับ เราต้องใช้ช่องในสุด เพราะถ้าใช้ช่องทางขวามันก็จะเป็นอีกเลนหนึ่ง    ซึ่งถ้าเข้าไปก็จะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ครับ
ทีนี้ถ้ามาจากสายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ก็ยิงยาวมาเลยครับ แล้วใช้เส้นทางเหมือนที่มาจากสุวินทวงศ์แล้วยูเทริ์นครับ

ในเรื่องของบรรยากาศไม่ต้องพูดถึงครับ พนักงานต้อนรับจัดว่าใช้ได้ ที่จอดรถมากมายก่ายกอง ก็บอกแล้วไงครับว่าอลังการงานสร้าง ส่วนเรื่องอาหารก็มีหลากหลายเมนู รสชาติอาหารก็กลางๆครับ แล้วแต่คนชอบ เลือกตัดสินใจเอาเองว่ามาสถานที่แบบนี้แล้วควรสั่งเมนูแบบไหน   ด้านราคาก็พอรับได้ครับ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คนเยอะมาก ถ้าคิดจะมาควรจะสำรองโต๊ะไว้ล่วงหน้า ที่นี่มีทั้งแบบ ห้องส่วนตัวบรรยากาศเปิดโล่งเพราะกระจกรอบด้าน หรือจะเป็นตามมุมแบบโต๊ะๆก็ว่ากันไปครับ

 

 

 

 


ผ่านมาก็ลองแวะเวียนมาสัมผัสบรรยากาศ ลิ้มลองอาหาร ถ่ายรูป ได้ตามอัธยาศัยครับ
สอบถามได้ตามเบอร์โทรนี้ครับ 086-798-4994 และ 038-813-678