คนตายชื่อยัง เสือตายหนังอยู่


ยามเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ อากาศก็อบอุ่น
มวลหมู่บุปชาติก็เบ่งบานสวยสล้าง
เหล่าสกุณาส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
สุภาพชนเมื่อมีโอกาสเงยหน้าอ้าปาก
กินอิ่มสวมอุ่นไม่ทุกข์ร้อน
กลับไม่คิดจะเผยแพร่ความรู้และกระทำความดีแล้วไซร้
แม้จะมีอายุยืนถึงร้อยปี
ก็เหมือนยังมิได้ถือกำเนิดมาแม้นสักวันเดียว

ความฝันของมหาเศรษฐี

      ในอดีตนานมาแล้ว ในสมัยราชวงศ์โจว มีคนฐานะดีคนหนึ่งชื่ออิ่นสื้อ เขาได้ใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเพิ่มพูนทรัพย์สมบัติของเขาทุกๆวัน เขาจ้างคนงานไว้เป็นจำนวนมากมาช่วยทำไร่ไถนาก่อบ้านสร้างเรือน  แต่เขาก็ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสาหัส ในการดูแลทรัพย์สมบัติอันมากมายมหาศาลของเขาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่มีแม้แต่เวลาจะพักผ่อนหย่อนใจเลย
ในแต่ละคืน แม้เขาจะหลับนอนไปแล้วก็ยังเอาไปฝัน ฝันว่าตนเองเป็นคนรับใช้คนอื่นอย่างหัวปักหัวปำ ทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้หยุด ซ้ำยังต้องทนรับการทุบตีด่าว่าของเจ้านายอีกด้วย เขาฝันเป็นคนใช้ตลอดทั้งคืน ทำให้รู้สึกปวดร้าวเป็นอย่างยิ่ง จนฟ้าสาง เขาจึงตื่นกลับคืนมาเศรษฐีผู้ร่ำรวยดังเดิม
ในหมุ่คนงานที่อิ่นสื้อจ้างมาทำงานนั้น มีคนใช้เฒ่าอยู่คนหนึ่ง เขาทำงานให้แก่อิ่นสื้อจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทุกๆวัน แต่งานก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่เคยลดลงเลย เหนื่อยเสียคนงานเฒ่าผู้นี้แทบขาดใจ
แต่คนงานเฒ่าคนนี้ก็ฝันในตอนกลางคืนทุกคืนเหมือนกัน    ฝันว่าตนเป็นฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ ได้รับการเคารพยกย่องจากราษฎรเป็นหมื่นๆแสนๆคน สามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างสะดวกสบาย พำนักอยู่ในปราสาทราชวังอันหรูหรา จัดงานเลี้ยงแขกผู้มีเกียรติอยู่มิได้ว่างเว้น เสพชื่อเสียงเกียรติยศที่ตนมีอยู่ด้วยความสำราญ แต่ในทันทีที่เสียงไก่ขันดังขึ้น ความฝันฮ่องเต้อันบรรเจิดก็สะดุดหยุดลง คนงานก็ย่อมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อเป็นคนงานเหมือนเดิม
แต่คนงานเฒ่าผู้นี้กลับพูดกับคนอื่นๆว่า” ชีวิตคนเราก็มีสั้นๆอย่างมากก็แค่ร้อยปี กลางวันและกลางคืนอย่างละครึ่ง แม้ว่าในตอนกลางวันข้าจะเป็นคนงานที่เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสก็จริง แต่ในยามค่ำคืน ข้าก็สามารถจะเปลี่ยนไปเป็นฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ได้ เมื่อเป็นดังนี้ ในชั่วชีวิตนี้ข้ายังจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้เล่า?”
เมื่อมองจากมุมนี้ อิ่นสื้อผู้มากด้วยทรัพย์สมบัติกลับมีความสุขสู้คนงานเฒ่าไม่ได้ ในชั่วชี่วิตเขาซึ่งยังไม่ถึงร้อยปีนั้น กลางวันก็เป็นทุกข์เรื่องเงินทอง กลางคืนยังต้องฝันว่าถูกคนอื่นเขาเหยียบย่ำเป็นขี้ข้า เช่นนี้แล้ว สิ่งที่เขามีอยู่มากมายจะมีความหมายอะไรกัน?
ท่านรู้ไหมว่า อิ่นสื้อต่อมาภายหลังได้แก้เรื่องราวทุกข์ใจของเขาไปได้อย่างไร?
ต่อมา เขาลดปริมาณงานของคนงานให้น้อยลงกว่าเดิม และไม่เข้มงวดเรื่องเงินทองจนเกินไปนัก ซึ่งทำให้ความวิตกกังวลของเขาลดน้อยลงเป็นลำดับ เมื่อทุกข์น้อยลง นั่นก็ย่อมหมายความว่า เขาเป็นสุขมากขึ้น   ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าหากมุ่งแต่จะแสวงหาการเสพสุขทางด้านวัตถุแต่เพียงด้านเดียวแล้ว แม้ว่าจะมีชี่วิตที่สูงศักดิ์ อยู่อย่างสุขสบายปานใดก็ตาม ก็จะไร้ค่าดุจดั่งกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง มีชิวิตอยู่โดยเปล่าประโยชน์    ถ้าหากเขายินยอมที่จะคิดแทนคนอื่น ทำแต่เรื่องดีๆเขาก็จะได้รับความสุขกายสบายใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความผาสุกเช่นนี้ เปิ็นเรื่องที่เงินทองไม่สามารถจะนำมาให้เขาได้