อ่านบทประพันธ์ดีเยี่ยมในใจตน ฟังดนตรีเสนาะโสตแท้จริง

ใจคนมีบทประพันธ์ชั้นยอดอยู่บทหนึ่ง
แต่ถูกปิดกั้นด้วยบทเขียนที่ขาดวิ่นไม่สมบูรณ์ไปหมด
ใจคนมีบทเพลงอันไพเราะจับใจอยู่บทหนึ่ง
แต่ถูกกลบฝังด้วยเพลงเย้ายวนระบำหยาดเยิ้มไปสิ้น
ผู้ศึกษาควรขจัดสิ่งอื่นใดทั้งปวง
แสวงหาธรรมชาติวิสัยเดิมของตน จึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

สุภาษิตของหนอนขาเดียว

       ที่แท้นั้น ภายในจิตใจของแต่ละคน ล้วนมีพู่กันวิเศษอยู่ด้ามหนึ่ง สามารถที่จะเขียนบทกวีและบทประพันธ์อันอมตะออกมาได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ผู้คนทั้งหลายล้วนแต่วุ่นอยู่กับการค้นคว้าหนังสือโบราณที่ขาดๆวิ่นๆ ไม่สมบูรณ์ทั้งกลางวันกลางคืน ลืมไปว่า ตัวเองก็มีพู่กันวิเศษอยู่ด้ามหนึ่ง จึงทำให้พู่กันเล่มนั้นไม่ขนหลุดก็ขึ้นรา ไม่สามารถที่จะเขียนบทประพันธ์ชั้นยอดที่สืบทอดกันไปชั่วกัลปวสาน ในใจของคนเรา ยังมีดนตรีอันไพเราะเพราะพริ้งแว่ววนอยู่เพลงหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ผู้คนทั้งหลายล้วนแต่เบียดเสียดจ้องมองบนเวทีอย่างเอาเป็นเอาตายกลางแสงสีดูระบำรำฟ้อน ฟังดนตรีซึ่งแม้จะเย้ายวนแต่ก็ต่ำค่า ส่วนดนตรีอันไพเราะในใจตน กลับไม่ได้ยินเอาเสียเลย
คนเราในบางครั้งก็โง่เสียจริงๆ เหมืองทองคำภูเขาเงินอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนเองแท้ๆ แต่กลับทอดทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนข้ามน้ำข้ามเขาไปหาร่อนทองที่อื่น ตนเองมีของดีอยู่แท้ๆ แต่ทะนุถนอนไม่เป็น แต่กลับไปนั่งอิจฉาริษยาคนอื่นไม่เข้าเรื่อง
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสัตว์ชนิดหนึ่งเรียกว่า “หนอนขาเดียว” มันพูดกับสัตว์ที่มีหลายขาว่า “ถ้าหากข้ามีหลายขาเหมือนกับเจ้า ก็สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ” สัตว์หลายขากลับไปแสดงความชื่นชมต่องูว่า”แม้ข้าจะมีขามากก็จริงแต่ก็เร็วสู้เจ้าซึ่งไม่มีขาไม่ได้” งูกลับไม่พอใจในตนเองพูดกับลมว่า”ข้ากับเจ้าไม่มีขาเหมือนกัน แต่ชั่วพริบตาเดียว เจ้าก็วิ่งไปถึงทะเลใต้ หาร่องรอยไม่พบเก่งกาจสามารถดังหนึ่งเทวดาจริงๆ” แต่หารู้ไม่ว่า เจ้าลมกลับอิจฉาหนอนขาเดียว ถอนหายใจรำพึงว่า” ถ้าเจ้าหนอนขาเดียวใช้ขามันเตะข้า ข้าจะไปทำอะไรกับมันได้?”
หนอนขาเดียวอิจฉาสัตว์หลายขา สัตว์หลายขาอิจฉางู งูอิจฉาลม ฝ่ายเจ้าลมนั้นเล่ากลับอิจฉาหนอนขาเดียว ผู้ที่ใฝ่ใจในการศึกษาทั้งหลายโปรดสนใจให้ดี อย่าได้ดูถูกสิ่งซึ่งอยู่ภายนอกมอมเมาจิตใจและเหนี่ยวรั้งความเฉลียวฉลาดของท่านให้หลงทางไปเป็นอันขาด จงทำความรู้จักตนเองเสียใหม่ จงรีบไปค้นหาบทประพันธ์อันยอดเยี่ยม ดนตรีอันไพเราะที่ฟ้าประทานให้ท่านไว้กลับมาโดยเร็ว ขยายความรู้ความสามารถที่ซ่อนลึกอยู่ในใจท่าน บุกเบิกอนาคตอันสวยงดงามให้รุ่งโรจน์โชติช่วงตลอดไป

ส่วนตัว

สังคมโดยรอบตัวเราท่านในห้วงเวลาที่ผ่านมา ก็ดุจดั่งนิทานเรื่อง หนอนขาเดียวนี้ ผู้คนทั้งหลายไม่เคยก้มมองลงที่เบื้องล่าง ไม่เคยยกเท้าตัวเองออกดูว่า ตนเองในยืนเหยียบความสำเร็จ ความสามารถของตนเองอยู่ ทุกคนทำได้เพียงแหงนหน้ามองขึ้นไป เมื่อมองเห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง ก็ได้แต่มองด้วยความชื่นชม มีบ้างที่คิดทำตาม ทำตามโดยที่ไม่รู้ว่า กว่าผู้คนที่จะสำเร็จได้นั้น เขาผ่านอะไรมาบ้าง ทำได้ก็เพียงลอกเลียน ทำให้เหมือนแบบ เห็นนักร้องดังร้องก็พยายามร้องให้เหมือนเขา เห็นนักเต้น เต้นเก่งก็เต้นตามเขา ไม่เคยคิดเฉลียวใจเลยซักนิดว่า ที่เขาดังได้ เก่งได้ และประสบผลสำเร็จนั้น เป็นเพราะเขาเป็นคนคิดค้น หาใช่ผู้ลอกเลียยนแบบไม่ แล้วก็มาตั้งข้อสงสัยถามตัวเองว่า เมื่อไหร่กันจะดัง จะประสพผลสำเร็จเหมือนเขา? หากเขาฉุกใจคิดกับเวลาที่เสียไปกับการลอกเลียนแบบผู้ นึกถึงเวลาที่เสียไปกับกับการเป็นผู้ตามหาใช่ผู้นำไม่ หากพวกเขานำเวลาเหล่านั้นไปคิด ไปสร้าง ในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองแล้ว เวลาที่สูญเสียไปแม้จะมากกว่าก็ตาม แต่ เชื่อว่าหลังจากที่เขาคิดและลงมือกระทำแล้ว เวลาที่เสีบไปคงไม่ใช่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน แล้วท่านละครับ วันนี้ท่านกำลังพยายามจะลอกเลียนแบบใคร? หรือว่า ท่านกำลังคิดที่จะทำอะไรให้คนเขาบอกกันปากต่อปากว่า ท่านคือต้นแบบของสิ่งนั้น?