คนมั่งมีควรทำทานให้มาก ผู้ฉลาดพึงละการโอ้อวด


ครอบครัวมั่งคั่งควรใจกว้างมีเมตตา
แต่กลับตระหนี่ถี่เหนียว
นี่คือมั่งมีแต่ประพฤติตนยากจน
จะมีความสุขอย่างไรได้?
คนฉลาดควรเก็บงำปกปิด
แต่กลับคุยโตโอ้อวด
นี่คือฉลาดแต่พฤติการณ์โฉดเขลา
จะเลี่ยงความล้มเหลวได้ไฉน?

ตาเฒ่าหมู่บ้านเผิง

ทางภาคเหนือของจีน มีหมู่บ้านอยู่แห่งหนึ่งชื่อ หมู่บ้านตระกูลเผิง ในหมู่บ้านมีตาเฒ่าคนหนึ่ง เป็นคนมีเงิน ตาเฒ่าคนนี้กลัวว่าคนอื่นจะมาขอยืมเสบียง จึงรัดเข็มขัดตนเองไม่กินไม่ดื่มจนผอมโซ เจอใครก็บอกว่า “ข้าผอมเหลือแต่กระดูดอย่างนี้ ที่ไหนจะมีเสบียงอาหารให้พวกเจ้าหยิบยืม”
เมื่อลมหนาวโชยมา เหมันต์อันเยือกเย็นได้มาถึงแล้ว ตาเฒ่ากลัวว่าคนอื่นจะมาขอเงิน ก็กัดฟันสวมแต่เสื้อบางๆทั้งเก่าทั้งขาด เจอใครก็พูดว่า “ดูสิ ข้าหนาวจนเกือบจะเป็นผีตายซากอยู่แล้ว ที่ไหนจะมีเงินให้พวกเจ้ายืม”
แต่ทว่า ฤดูหนาวยังไม่ทันได้ผ่านพ้นไป ตาเฒ่าคนนั้นก็อดตาย หนาวตายไปก่อน ทิ้งทองไว้หีบใหญ่ซึ่งยังไม่มีใครเอาไปใช้ได้เลย
เราลองมาฟังว่า”ภาษิตรากผัก” พูดไว้ว่าอย่างไรบ้าง
“คนมีเงินที่แท้จริงควรมีจิตใจกว้างขวางเมตตาอารี ทำบุญทำกุศลให้มาก แต่นี่กลับไม่ยอมทำความดี ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร้น้ำใจ ถึงแม้จะมีเงินมีทองเท่าภูเขาเลากาก็ดี จะแตกต่างอะไรกับคนยากจน ซึ่งไร้ทรัพย์สินเล่า?”
ตาเฒ่าหมู่บ้านเผิงก็คือบทเรียนที่ได้มาด้วยชีวิต
“ภาษิตรากผัก” ยังได้กล่าวต่อไปว่า
คนมีเงินควรใจกว้างและมีเมตตา ถ้าเช่นนั้น คนฉลาดควรจะทำอย่างไร?
“คนฉลาดควรจะนอบน้อมถ่อมตน ไม่โอ้อวดตนเอง ถ้าหากไม่รู้จักถ่อมตน กลับชอบที่จะดอ้อวดความรู้ความสามารถของตนไปทุกแห่งทุกหน ถึงแม้จะมีสติปัญญาอย่างล้นเหลือก็ตาม จะแตกต่างอะไรกับพวกโฉดเขลาเบาปัญญา ที่เผยให้เห็นแต่ความอ่อนด้อนของตนเอง?”
จีนสมัยก่อนมีปรัชญญาเมธีอยู่ท่านหนึ่งชื่อ จวงจื้อ ได้เคยเล่านิทานที่เลื่องลือกันมาจนถึงทุกวันนี้ให้ฟังเรื่องหนึ่ง
ตัวเอกของนิทานเป็นตั๊กแตนตำข้าว ท่านคงเคยเห็นตั๊กแตนตำข้าวมาแล้ว มันมีขาหน้าที่รูปร่างคล้่ายเคียว เมื่อมันจับหนอนเป็นอาหาร ก็นับว่ามันร้ายกาจพอสมควร ถ้าหากมันสงบเสงี่ยมเจียมตัว จับแต่หนอนที่เป็นภัยต่อมนุษย์แล้ว ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่นี่มันไม่รู้จักเจียมตัว ไปยืนจังก้าอยู่ที่กลางถนนใหญ่ ชูขาหน้าขึ้นมาอย่างกำแหง คิดอยากจะยับยั้งรถราที่ผ่านสัญจรไปมา
ผลสุดท้าย มันเป็นเช่นไร?
ความจริงมันคิดจะแสดงให้เห็นพลังของมัน แต่หารู้ไม่ว่า่ การกระทำเช่นนั้นช่างเป็นเรื่องโง่เขลาสิ้นดี เพราะตัวมันต้องบี้แบนติดถนนตรงที่มันยืน
ลาภยศและความฉลาดไหนเลยจะพึ่งพาอาศัยได้?
สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ จิตใจที่งดงามและความนอบน้อมถ่อมตน
คนที่มีลาภยศ เมื่อมีชีวิตอยู่ในเงามืดแห่งการอิจฉาริษยาเารัดเอาเปรียบผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ที่ไหนยังจะสามารถไปหาความสุขจากลาภยศเหล่านั้นได้โดยสงบ?
คนที่เฉลียวฉลาดเมื่อได้กลายเป็นคนโฉดเขลาเบาปัญญา ไร้ชื่อเสียงในบั้นปลายแล้ว ที่ไหนยังจะสามารถสร้างคุณงามความดีอันใหญ่หลวงขึ้นมาได้?