เรื่องของผีเสื้อ

โสตสำเหนียกเสียงขัดหูอยู่เป็นนิจ
จิตใจมักมีเรื่องข้องขัดเป็นอาจิณ
นี้คือหินฝนทองแห่งการฝึกคุณธรรมความดี
หากทุกถ้อยคำล้วนไพเราะเสนาะหู
ทุกเรื่องล้วนสมใจไม่ขัดเคือง
ก็เท่ากับฝังชีวิตนี้ลงไปในปลักแห่งพิษร้ายนั่นเอง

                                                                เรื่องของผีเสื้อ


หนอนผีเสื้อแต่ละตัว กว่าจะกลายมาเป็นผีเสื้อแสนสวย เบื้องหลังของมันมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่น้อย
มีหนอนผีเสื้ออยู่ตัวหนึ่ง ตัวสั้น เต็มไปด้วยขนตั้งวแต่หัวจรดหาง ดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง แต่ละครั้งที่มันดูตัวของมันเองก็ให้รู้สึกน่าขายหน้ายิ่งนัก แต่มันเคยได้ยินปู่ของมันบอกว่า เมื่อเจ้าเติบโต ก็จะมีปีกสวยงามคู่หนึ่งงอกออกมา เวลานั้นเจ้าจะบินไปไหนมาไหนก็ได้ เมื่อนึกถึงคำที่ปู่พูด เจ้าหนอนน้อยก็เฝ้าอดทนเพื่อที่จะรอคอยวันนั้น วันที่มันมีปีกงอกออกมาและโบยบินไปได้ทั่ว
แล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อมันรู้ว่าร่างกายของมันบอกว่าให้พ่นใยออกจากปาก เพื่อห่อหุ้มตัวเองไว้ให้มิดชิด แล้วเมื่อมันจัดการห่อหุ้มตัวเองเสร็จ เจ้าหนอนน้อยก็กลายเป็นดักแด้ ไม่กิน ไม่กระดุกกระดิก มันทุกข์ทรมาณมาก แต่มันก็บอกกับตัวเองว่า ต้องอดทน เพราะอีกไม่นานมันก็จะถึงเวลาที่รอคอยแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป มันก็รู้ว่าเวลาที่รอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว มันค่อยๆกัดรังไหมที่ห่อหุ้มตัวมันอยู่ออกเป็นรูเล็กๆ และพยายามขยับตัวดิ้นรนที่จะออกมาสู่โลกภายนอกอย่างเต็มกำลัง หลายต่อหลายครั้งที่มันรู้สึกอ่อนล้า หมดกำลัง และคิดจะยอมแพ้ แต่ทุกครั้งมันก็เพียรบอกกับตัวเองว่า อีกนิดน่า ต้องไหวซิ อีกนิดน่าเราใกล้สู่ความสำเร็จแล้ว และในที่สุด มันก็ออกมาเห็นโลกภายนอกได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันหาใช่หนอนตัวสั้นที่มีขนรุงรังเต็มตัวอีกแล้ว มันได้กลายเป็นผีเสื้อ ที่มีปีกแสนสวยชวนให้มอง และโบยบินได้
ย้อนกลับมาดูที่ปลากันบ้าง เวลาเราเห็นปลาว่ายอยู่ในน้ำ ดูมันช่างสบายอกสบายใจกันเสียจริงๆ แต่เจ้าปลาเหล่านี้กลับมีชีวิตที่เหนื่อยกว่าผีเสื้อมากมาย เพราะถ้าเราสังเกตเราก็จะพบว่า ปลาทุกตัวล้วนว่ายทวนน้ำทั้งสิ้น ไม่ว่ากระแสน้ำจะเชี่ยวกรากยังไงก็ตาม ทำไมเจ้าปลาทุกตัวถึงต้องทำตัวให้เหนื่อยและลำบากเยี่ยงนี้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ถ้าหากมันทำตัวตามสบาย ปล่อยให้ไหลไปตามกระแสน้ำ มันจะต้องถูกกระแสน้ำพัดตัวมันให้ไปเกยตื้นไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้นหนทางรอดแห่งชีวิตจึงมีทางเดียวสำหรับพวกมันคือ ว่ายทวนน้ำ
ดังนั้น ภาษิตรากผัก จึงได้บอกกับเราว่า “มีแต่ได้ยินหรือพบเห็นสิ่งที่ขัดอกขัดใจอยู่เสมอๆ การศึกษาและความประพฤติจึงก้าวหน้า ถ้าหากได้ยินได้พบแต่สิ่งที่ราบรื่นทั้งสิ้นแล้ว ก็เหมือนกับเราพาตัวเราเองไปแช่อยู่ในบ่อยาพิษ ย่อมจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง”