หลงอำนาจชั่วเวลาหนึ่ง จักเศร้าสลดไปชั่วนิรันดร์

ผู้ดำรงรักษาไว้ซึ่งศีลธรรม
จักหดหู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ผู้พึ่งพาอาศัยอำนาจอิทธิพล
จักเศร้าสลดไปชั่วกัลปาวสาน
ผู้รู้แจ้งจักเล็งเห็นสิ่งซึ่งอยู่นอกวัตถุ
คำนึงถึงเกียรติยศชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต
ยินดีจะรับความว้าเหว่ชั่วเวลาหนึ่ง
จักไม่ยอมโศกาอาดูรไปชั่วนิรันดร

นิทานปาท่องโก๋
สมัยราชวงศ์ซ่ง ชนชาติจินซึ่งอยู่ทางเหนือรุกรานลงใต้ ยึดแผ่นดินของราชวงศ์ซ่งไปครองได้ถึงกึ่งหนึ่ง มีแม่ทัพของราชวงศ์ซ่งคนหนึ่งชื่อ เย่เฟย(งักฮุย) นำกองทัพออกต่อต้านชนชนาติอย่างสุดความสามารถ สามารถตีทัพชนชาติจินให้พ่ายแพ้ไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ทหารจินพอเห็นธงประจำกองทัพงักฮุยซึ่งมีตัวอักษรว่า “งักฮุยผู้จงรัก” เท่านั้นก็ตกใจจนขวีญบินต่างพากันแตกกระเจิงไม่กล้าเข้าร่วมรบด้วย แต่ราชวงศ์ซ่งมีแต่ฮ่องเต้โฉดเขลาเบาปัญญาอยู่องค์หนึ่ง พระนามว่าซ่งเกาจงฮ่องเต้ พระองค์ต้องประสงค์แต่เพียงให้สามารถครองราชบัลลังค์อยู่ได้ตลอดไปเท่านั้น แม้จะต้องสูญเสียดินแดนไปเรื่อยๆ พระองค์ก็ไม่สนพระทัย ซ้ำยังทรงรับฟังคำเพ็จทูลของฉินฮุ่ยคนขายชาติ ส่งป้ายทองไปเรียกตัวงักฮุยกลับจากแนวหน้าถึง 12 ครั้ง
และในที่สุดงักฮุยก็ถูกฉินฮุ่ยประหารชีวิตเสียด้วยความผิดที่ “ไม่จำเป็นต้องมี”
ประชาชนได้รับทราบข่าวนี้ด้วยความโกรธแค้น ต่างร้องไห้อาลัยรักงักฮุยกันถ้วนหน้า เพื่อถ่ายทอดแสดงออกซึ่งความโกรธแค้น พวกเขานำแป้งสาลีมาปั้นเป็นรูปฉินฮุ่ยกับภรรยา แล้วติดกันเป็นคู่ นำไปทอดในกะทะน้ำมันเพื่อแก้แค้นแทนงักฮุยเรียกว่า “อิ๋วจ้าฮุ่ย” หรือ “ฉินฮุ่ยทอดน้ำมัน” (เมืองไทยสมัยก่อนเรียกว่า “อิ้วจ้าก้วย” ต่อมาเพี้ยนไปจนกลายเป็น “ปาท่องโก๋ แต่ทางใต้ยังคงเรียก “จาก้วย” อยู่)
ในปัจจุบัน ที่ข้างสะพานซีเหลิ่งริมทะเลสาปซีหูในเมืองหังโจว มี่สุสานของงักฮุยอยู่ ผู้ที่ไปทัศนาจรทะเลสาปซีหู จะต้องพากันไปเยือนเพื่อเคารพศพงักฮุยท่านนี้ทั่วทุกคน
ส่วนรูปหุ่นเหล็กหล่อของฉินฮุ่ยสามีภรรยาซึ่งคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพของงักฮุย กลับถูกเตะถีบถ่มน้ำลายจากผู้ไปเยือนไม่เว้นแต่ละวัน แม้รูปหล่อนี้จะชำรุดและซ่อมแซมมาหลายครั้งแล้วก็ตาม ก็ยังถูกผู้คนทั้งหลายที่ชิงชังในพฤติการณ์ของฉินฮุ่ยถีบกระทืบและถ่มน้ำลายรดอยู่ไม่ขาด
ฉินฮุ่ยผู้รักตัวกลัวตายเมื่อตอนที่มีอำนาจอยู่ ได้กระทำแต่เรื่องเลวๆอย่างฮึกเฮิม กล้าแม้กระทั่งขายชาติ หาศีลธรรมคุณธรรมอะไรมิได้เลย จึงได้รับแต่การด่าทอสาปแช่ง ชื่อเสียงเหม็นคลุ้งไปทั่วฟ้าดิน ตราบเท่าทุกวันนี้
ส่วนงักฮุย แม้จะถูกกล่าวหาต่างๆนานา และต้องตายในเงื้อมมือของคนเลว แต่นามอันทรงเกียรติของเขา ได้จารึกอยู่ในใจของประชาชนจีนอยู่เป็นนิรันดร์ และจะขจรขจายไปชั่วฟ้าดินสลาย
เพราะฉะนั้น ผู้ที่ดำรงไว้ซึ่งศีลธรรม จะเหงาเศร้าก็แต่ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น ส่วนผู้ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่แต่ประพฤติชั่ว กลับจะโศกสลดรันทดใจไปชั่วกัปชั่วกัลป์

ด้วยเหตุนี้ ผู้รู้เหตุรู้ผลจะสามารถมองเห็นพลังทางจิตใจที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ หรือสรรพสิ่งได้ชัดเจน เขาจึงสามารถใช้ความคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน คิดได้ไกล ยอมหดหู่เหงาเศร้าอยู่ระยะเวลาหนึ่ง แต่จะไม่ยอมละทิ้งคุณธรรมที่ตนพึงรักษาไว้ เพื่อมิให้คนรุ่นหลังทอดทิ้งเมินหนี เหม็นตลบไปชั่วกัลปาวสาน!

ส่วนตัวผู้ถ่ายทอดต่อ นักการเมืองที่รักยิ่งทั้งหลาย ท่านผู้ทรงอำนาจทั้งหลาย รบกวนอ่านเรื่องนี้แล้วตรองดูครับว่า ยอมตายอย่างงักฮุยหรือจะมีลมหายใจทอดยาวไปอีกเฮือกแบบฉินฮุ่ยดี แต่ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงเลือกประการหลัง เพราะถ้าเลือกแบบประการแรก ประเทศไทยคงไม่บอบช้ำขนาดนี้