ว่างครึ่งวัน ยุ่งสามวัน

มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง จะเดินทางไปเยี่ยมชมที่วัดแห่งหนึ่งในชนบท ลูกน้องของขุนนางได้แจ้งเรื่องให้พระในวัดทราบล่วงหน้าสามวัน เพื่อที่จะเตรียมการรับรอง บรรดาพระในวัดจึงต้องสาละวนเตรียมการต้อนรับกันยกใหญ่
วัดแห่งนั้นตั้งอยู่ในภูเขาลึก มีป่าไผ่ล้อมรอบ เป็นวัดที่สงบร่มเย็น เมื่อขุนนางมาถึง ก็ได้เดินเล่นเป็นการพักผ่อน รู้สึกว่าผ่อนคลายยิ่งนัก จากนั้นเขาก็ได้นั่งลงพักผ่อนในมุมที่ร่มรื่น ซึ่งลูกน้องได้จัดสำรับและสุราไว้ไห้นั่งผ่อนคลาย ขุนนางผู้มาเยือนได้นั่งลงที่สำรับ จิบเหล้าไปพลาง พร้อมกับร่ายกลอนออกมาว่า
” สู่ลานไผ่ได้พบพระคุณเจ้า ฉันจึงได้เข้าปฏิสันถาร ปกติมั่นมุ่งยุ่งการงาน วันนี้ผ่านกิจช่วงหนึ่งจึงว่างครึ่งวัน ”
พระอาวุโสที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น ได้ฟังบทกลอนจบถึงตอนนี้ ก็หัวเราะออกมาดังๆโดยไม่รู้ตัว ขุนนางได้ยินเสียงจึงถามขึ้นว่า
” พระคุณเจ้าหัวเราะทำไมหรือ? ”
พระรูปนั้นตอบว่า ” ท่านว่างครึ่งวันนั้นจริงแท้ แต่อาตมายุ่งไปตั้งสามวัน ”

นิทานเรื่องนี้ช่วงประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ในปัจจุบันยิ่งนัก ด้วยทางจังหวัดได้เกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ครม.สัญจร
ประชุมกันจริงๆก็ประมาณวันครึ่ง และในวันครึ่งนั้นก็ยังมีคำถามว่า กี่ชั่วโมง? แต่เชื่อไหมว่าการเตรียมการ เตรียมคน เตรียมสถานที่ ใช้เวลาเกือบเดือน ใช้เงินงบประมาณที่ชาวบ้านเขาลือกันว่า สามสิบล้าน โอ้แม่ประคุณเจ้า ร้านรวงที่ทำมาค้าขายถูกสั่งให้ปิด การสัญจรไปมาถูกเบียดบัง ผมไม่รู้ว่าสาระที่เขาประชุมกันคืออะไร รู้แต่สาระที่ชาวบ้านเขาด่า ไม่มีใครชื่นชม ไม่มีใครยินดี และไม่มีแม่ค้าคนไหนรู้สึกจริงใจกับป้ายที่ติดกันทั่วเมืองว่า “ยินดีต้อนรับ” ผมเองไม่ตำหนิหัวหน้ารัฐบาล ตรงกันข้ามกับคอยแก้ต่างให้ด้วยว่า ท่านคงไม่รู้เรื่อง และคงไม่ยินดีให้ทำ เพราะท่านเองก็ต้องระวังตัวแจ ถ้าด่าก็ต้องด่าคนบ้านเราที่เออหนอห่อหมกกับเขา สามสิบล้านพระคุณเจ้า แม่ค้าที่ถูกเบียดบังรายได้ไม่ได้ซักบาท ทั้งที่เขาคือผู้เสียผลประโยชน์ เขาเป็นแม่ค้าโดยอาชีพ ถ้าหยุดย่อมหมายถึงไม่มีรายได้ แล้วแบบนี้จะให้เขารักผมว่าคงยาก
สามสิบล้านบาท พระคุณเจ้า ผมเองไม่อยากตำหนิผู้ที่อนุมัติงบนี้ ถ้าอยากด่าก็ขอด่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่จับต้องได้ ชาวบ้านรับรู้ รับเห็นด้วยตนเอง ทำไมไม่มีใครพูดซักแอะ หรือว่าถ้าพูดไปแล้วถึงคราวตัวเองก็จะอด หรือเปล่า ผมไม่สนหรอกเรื่องจำนำข้าว เรื่องเงินกู้สองล้านล้านบาท ว่าจะโกงจะกินกันยังไง เพราะต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ต่างมีข้อมูล ผมสนเรื่องใกล้ตัวแบบนี้มากกว่า เรื่องที่เห็นคาตา เรื่องที่ได้ยินเต็มสองรูหู และเมื่อรู้ เมื่อเห็นแบบนี้ ผมก็คงต้องกลับมาชื่นชมป้ายที่ติดไว้เต็มเมือง ” ยินดีต้อนรับ ” ครับ
ยินดีต้อนรับกับหายนะของประเทศไทย ไชโย