คำสาบาน

มีขุนนางกังฉินคนหนึ่ง ภายนอกเสแสร้งทำเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตอนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เขาได้กล่าวคำสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า “ถ้ามือซ้ายรับเงินขอให้มือซ้ายเน่า ถ้ามือขวารับเงินก็ขอให้มือขวาเน่า”
ต่อมาไม่นานก็มีคนนำเงินมาเพื่อติดสินบนแก่เขาหนึ่งร้อยตำลึง ด้วยความโลภที่อยู่ภายในใจทำให้เขาอยากได้เงินจำนวนนั้นมาก แต่ก็ต้องจำใจบอกปัดไปว่า “เงินนี้ข้าพเจ้ารับไว้ไม่ได้ เพราะตอนรับตำแหน่งได้สาบานไว้แล้วว่า ถ้ามือไหนรับเงินก็ขอให้มมือนั้นเน่า ”
ลูกน้องคนสนิทของเขานั้น สังเกตท่าทางของของเจ้านายก็พอจะรู้ว่า เจ้านายนั้นปากกับใจไม่ตรงกัน จึงได้คิดอุบายหาวิธีให้แล้วพูดกับเขาว่า ” ท่านขุนนาง ก็ในเมื่อถ้าท่านใช้มือรับเงินแล้วก็จะเป็นการผิดคำสาบาน เอาอย่างนี้ก็แล้วกันบ่าวจะรับไว้แล้วใส่เข้าไปในแขนเสื้อของท่าน ถ้ามันจะเน่าเพราะคำสาบาน ก็คงจะต้องเน่าที่แขนเสื้อเท่านั้น มือท่านคงไม่เป็นไรหรอก”
ขุนนางกังฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มจนแก้มปริ และบอกให้ลูกน้องคนสนิททำการดังนั้น

ในทุกวันนี้ คนมักใช้วิธีการเช่นนี้ คือ ใช้คำสาบาน เพื่อแสดงตัวว่าเป็นคนดี บริสุทธิ์ ไม่โกหกมดเท็จ โดยเฉพาะนักการเมืองเห็นท้าให้ไปสาบานกันเป็นประจำ แต่เราท่านเชื่อเถอะ หมาถ้าชอบกินขี้ ยังไงมันก็ต้องกินขี้อยู่วันยันค่ำ เปรียบเสมือนคนชั่ว คนคดโกง ต่อให้สาบานยังไง พูดจาน่าเชื่อถือยังไง หรือหน้าตาจะหล่อเหลาระดับหล่อเล็กหล่อใหญ่ก็ตามเถอะ ถ้ามันเป็นคนคดโกงโดยสันดานยังไงมันก็โกง เพียงแต่ว่าเวลาจับได้ จะมีคนเชื่อหรือเปล่าเท่านั้นเอง ทำไงได้บ้านเมืองสมัยนี้ ขอให้มีความรู้ดี ให้หล่อให้สวยไว้ก่อน ทำอะไรก็ดูดีไปหมด (ดีไปหมดเหลือแต่เลวๆไว้ นะครับพี่น้อง)