คนใจบุญกับตะพาบน้ำ

ชายคนหนึ่งแสดงตนต่อหน้าคนอื่นว่าเป็นคนใจบุญ แต่แท้ที่จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ฉากหน้าเท่านั้น
วันหนึ่งชายผู้นี้ได้เดินไปพบตะพาบน้ำตัวหนึ่ง จึงจับเอามาด้วยใจนั้นอยากกินตะพาบเสียเหลือเกิน แต่ด้วยความที่กลัวว่าถ้ารู้ถึงหูคนอื่น ความเป็นคนดีของเขาก็จะถูกมองในแง่ลบ เขาจึงคิดหาอุบายที่จะกินตะพาบเคราะห์ร้ายตัวนี้ให้ได้ ในที่สุดเขาก็คิดออก เขาจึงจัดการก่อไฟแล้วต้มน้ำจนเดือดพล่าน หลังจากนั้นก็นำไม้ไผ่มาท่อนหนึ่งวางพาดบนปากกะทะที่น้ำกำลังเดือด แล้วจึงพูดกับตะพาบว่า..
“ข้ารู้ว่าเอ็งคลานได้รวดเร็วและมั่นคงยิ่ง แต่ข้าไม่เชื่อ เอาอย่างนี้ถ้าเอ็งคลานข้ามไม้ไผ่ท่อนนี้ไปยังฝั่งตรงข้ามได้ ข้าก็จะปล่อยเอ็งไป”
ตะพาบนั้นพอจะรู้ชะตาชีวิตตนเอง แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือก จึงจำใจต้องทำตาม มันค่อยๆคลานขึ้นบนไม้ไผ่ด้วยร่างอันสั่นเทา และค่อยๆคลานไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ในที่สุดมันก็สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ
ชายผู้นั้นคาดไม่ถึงว่าตะพาบจะสามารถทำได้สำเร็จ แต่ด้วยความอยากกินตะพาบมากจึงเอ่ยกับตะพาบขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า
“ไม่เลวจริงๆ เจ้าตะพาบ เจ้ามีความสามารถทำได้จริงๆด้วย แต่ข้าอยากเห็นอีกสักครั้ง ไหนเอ็งลองไต่ข้ามไปฝั่งโน้นให้ข้าดูอีกครั้งซิ คราวนี้ถ้าเอ็งทำได้ ข้าก็จะปล่อยเอ็งไปจริงๆ”
ตะพาบน้ำได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า ท่านผู้ใจบุญ ถ้าท่านอยากกินข้าพเจ้าจริงๆ ก็จับข้าโยนลงไปในกะทะเลยดีกว่า ไม่ต้องเสแสร้งทำเป็นใจบุญแล้วให้โอกาสข้าหรอก”

ชายใจบุญในเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนไทยเรามักเรียกว่า มือถือสาก ปากถือศีล ปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นดาษดื่นในสังคม ยิ่งพวกมียศถาบรรดาศักดิ์ หรือแม้แต่ผู้ทรงเกียรติในสภาก็ตาม ถ้าลองได้กำหนดจุดหมายไว้แล้วว่าต้องทำ ยังไงซะก็ต้องทำ ทำโดยขาดธรรม ทำโดยไม่สนใจว่าใครจะว่าอย่างไร ทำโดยใช้ข้ออ้างซ้ำๆซากๆ เฉไปเฉมาทำอย่างแจ้งไม่ได้ก็แอบงุบงิบทำกันอย่างลับ เหมือนชายใจบุญในเรื่องนี้ เมื่อตั้งธงไว้แล้วว่าต้องกินตะพาบ ยังไงซะตะพาบก็หมดโอกาสรอด

Be the first to comment