ปล่อยนก ปล่อยปลา

ในประเทศจีนสมัยโบราณที่แคว้นหาน มีประเพณีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ ราษฎรจะต้องจัดหานกเขาจำนวนมากไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อให้พระองค์ทำพิธีปล่อยนก และผู้ที่ถวายนกเขาก็จะได้รับรางวัลตอบแทนทุกคน
และก่อนที่พิธีปล่อยนกเขาจะเริ่มขึ้น ได้มีชายผู้หนึ่งทูลถามพระเจ้าแผ่นดินว่า
“พระองค์ทรงนำนกเขาเหบล่านั้นมาปล่อย มีความหมายอะไรมิทราบได้ พะยะค่ะ ”
พระเจ้าแผ่นดิน ตรัสตอบว่า
“ปล่อยสัตวในวันมงคล แสดงว่าข้าได้ทำบุญสุนทาน ”
ชายผู้นั้นจึงทูลถามต่อไปว่า
“บรรดาไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงทำพิธีปล่อยนกเขา ต่างก็แย่งกันออกจับนก ที่จับเป็นได้ก็มาก ที่ยิงตายเสียก็มากอยู่เช่นกัน การที่พระองค์ปล่อยนกเขานั้น สู้ห้ามจับนกเข้าไม่ได้ เพราะเป็นการช่วยชีวิตนกเขาไว้ แต่การที่พระองค์ให้คนจับมาเพื่อนำไปปล่อยอีกต่อหนึ่ง กลับเป็นการทำลายชีวิตนกเขาเป็นจำนวนมาก บุญที่พระองค์ได้รับจากการปล่อยคงชดเชยไม่ได้กับบาปที่พระองค์เป็นต้นเหตุให้นกเขาต้องตายเป็นจำนวนมากหรอก พะย่ะค่ะ ”

ผมไม่รู้ว่าหลังจากพระราชาได้ฟังความนี้แล้วลุแก่โทสะสั่งประหารชีวิตชายคนนั้น หรือ ได้สติแล้วสั่งยกเลิกประเพณีนี้ แล้วปูนบำเหน็จให้แก่ชายคนนั้นที่กล้าเตือยสติพระองค์ นิทานเรื่องนี้ผมว่าเหมาะกับบ้านเมืองเรามาก เหตุเพราะคำที่ชอบอ้างว่า เมืองพุทธ ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี้ก็ไม่ดี ท้ายสุดคนที่ลำบากที่สุด ก็คือ คนในประเทศ หมา มด หนู แมลงสาป เกลื่อน เพราะความกลัวบาป กลัวบาปแล้วก็อยากได้บุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า โดยที่ไม่รู้เลยว่าปล่อยไปให้มันรอดหรือเร่งเวลาให้มันตายเร็วยิ่งขึ้น บางคนใจมากถึงกับปล่อยลูกในไส้เลยก็มี