พระราชาเลี้ยงนก

นกทะเลตัวหนึ่งหลงถิ่นมาจากที่อื่นแล้วมาอาศัยแถบชานเมืองหลวงแคว้นหลู่ ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันประหลาดใจในรูปร่างและสีสันของมันเนื่องจากไม่เคยพบเห็นนกชนิดนี้มาก่อน ความได้ทราบถึงพระราชา พระองค์จึงตรัสรับสั่งให้ราชบุรุษไปจับมันมา และนำไปเลี้ยงไว้ในศาลบูชาบรรพบุรุษ การกระทำเช่นนี้นับได้ว่า นกตัวนี้ดุจดั่งแขกผู้มีเกียรติ

หลังจากนำมาไว้ที่ศาลบรรพบุรุษแล้ว พระองค์ยังทรงรับสั่งให้บรรเลงมโหรีขับกล่อมพร้อมทั้งจัดอาหารรสโอชามาให้กินทุกวันมิได้ขาด ความหวังดีของพระองค์นั้น หาเป็นผลดีไม่ เพราะนกกลับตกใจกลัวในเสียงมโหรีนั้น ส่วนอาหารนั้นแม้จะมีรสชาดเลิศเลอปานใด แต่มันก็เป็นอาหารของคนหาใช่ของนกไม่  พระองค์ทำเช่นนี้ได้ไม่นาน นกทะเลตัวนั้นก็ตาย เนื่องจากความตกใจกลัวในเสียงมโหรี อย่าว่าแต่อาหารเลย แม้แต่น้ำก็ไม่กล้ากิน

สิ่งที่พระองค์กระทำต่อนกทะเลนั้นจะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่ง แต่พระองค์หาได้ทราบถึงพฤติกรรมของนกไม่ แทนที่นกตัวนั้นจะมีความสุขและเติบโตขึ้นมา การณ์กลับเป็นว่าพระองค์ได้ฆ่านกตัวนั้นด้วยมือของพระองค์เอง

อ่านนิทานเรื่องนี้จบแล้ว คงต้องหยุดคิดซักนิดนึงนะครับว่า ในการเลี้ยงดูผู้คน บริวาร บุตรหลานก็ดี สิ่งที่จำเป็นก็คือเราต้องรู้ถึงอุปนิสัย สันดานของเขา ดดยเฉพาะพ่อแม่สมัยนี้ มักจะประเคนสารพัดอย่างให้ลูกตนเอง โดยขาดซึ่งความยั้งคิด คิดแค่ว่า ต้องหาของที่ดีที่สุดให้ แท้จริงมันก็ไม่ได้ผิดหรอกครับ แต่พึงระลึกไว้อย่างนะครับว่า ของที่ดีที่สุดของเราที่หามาให้เขานั้น อาจจะไม่ใช่ของที่เขาต้องการได้