หลอกลิง

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่ง เลี้ยงลิงไว้ฝูงใหญ่มาก เขาและลิงสามารถรับรู้และสื่อความหมายถึงกันได้อย่างเข้าใจ ทุกวันเขาจะปันอาหารที่มีอยู่เพื่อเลี้ยงลิงฝูงนั้น นานเข้าลิงฝูงนั้นก็ขยายพันธุ์ออกลูกออกหลานอีกมากมาย ทำให้เขาต้องรับภาระเลี้ยงดูทั้งคนทั้งลิงมากขึ้น นานวันเข้าเขาก็เริ่มขัดสน จึงคิดว่าการลดปริมาณอาหารของลิงลง คงช่วยผ่อนหนักผ่อนเบาเขาได้บ้าง เขาจึงพูดกับลิงฝูงนั้นว่า “ตอนนี้ข้ากำลังย่ำแย่ เพื่อความอยู่รอด เอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะให้อาหารเจ้า โดยตอนเช้าข้าจะให้สามจาน และ เย็นข้าจะให้สี่ชามดีไหม?”ฝูงลิงได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ เพราะมันเคยได้ตอนเช้าสี่จาน และเย็นสี่จาน จึงพากันเอะอะโวยวาย แยกเขี้ยวยิงฟันเป็นการประท้วงว่ามาลดอาหารมันได้ยังไง เคยได้กินตอนเช้าสี่จานแล้วจะมาลดลงเหลือสามจานได้อย่างไร เจ้าของลิงเห็นว่าไม่ได้การ จึงคิดใหม่แล้วพูดกับฝูงลิงออกไปว่า “งั้นเอาอย่างนี้ก็ได้ ตอนเช้าข้าจะให้สี่จาน แล้ว เย็นให้สามจาน จะดีไหม?” ฝูงลิงไม่ทันคิดเมื่อเห็นว่าอาหารเช้าได้เท่าเดิม ก็พากันสงบยอมรับเงื่อนไข

ผมว่าคนแต่งนิทานเรื่องนี้ คงมองอนาคตออกว่า ต้องมีชายคนนี้และลิงฝูงใหญ่เกิดขึ้นในภายภาคหน้าแน่ เพียงแต่นึกคำเรียกขานไม่ถูก นี่ถ้าสมัยก่อนมีคำว่า สส. พรรคการเมือง หัวหน้าพรรค อะไรทำนองนี้ นิทานเรื่องนี้คงไม่ใช่ชื่อเรื่อง หลอกลิง แต่คงเป็นชื่อเรื่อง หลอกลูกพรรค มากกว่า ส่วนจะเป็นพรรคไหน พวกใคร มุ้งใคร อันนี้ผมจนด้วยเกล้าจริง เพราะผมไม่นิยมเสพข่าวการเมืองครับผม