พลังประชาชน

“ความได้เปรียบทางด้านดินฟ้าอากาศสู้ความได้เปรียบด้านภูมิประเทศไม่ได้ ความได้เปรียบทางภูมิประเทศสู้ความได้เปรียบทางด้านพลังสนับสนุนของประชาชน ไม่ได้”

เช่น สมมติว่า มีเมืองเมืองหนึ่งมีกำเเพงเมืองชั้นในกว้างด้านละ 3 ลี้ กำเเพงเมืองชั้นนอกกว้างด้านละ 7 ลี้ ถูกข้าศึกปิดล้อมโจมตี เเต่ข้าศึกนั้นก็เอาชนะไม่ได้ เเละในการปิดล้อมโจมตีบางครั้งนั้นฝ่ายข้าศึกก็ได้รับความเอื้ออำนวยจากดิน ฟ้าอากาศ เเต่ก็หาเอาชนะได้ไม่ ! นั่นก็เป็นเพราะว่าความได้เปรียบทางดินฟ้าอากาศสู้ความได้เปรียบทางด้าน ภูมิประเทศไม่ได้

เเละสมมติว่า ถึงเเม้เมืองนี้มีกำเเพงสูง มีคูคลองล้อมรอบเมืองลึก เหล่าทหารมีอาวุธเเหลมคมพร้อมกับเสื้อเกราะที่ทนทาน มีเสบียงอาหารบริบูรณ์ เเต่เมื่อข้าศึกได้รุกเข้ามานั้น ผู้ครองเมืองกลับต้องทิ้งหลบหนีเอาตัวรอด นั่นย่อมหมายความว่า ความได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศสู้ความได้เปรียบทางด้านพลังสนับสนุนของพลัง ประชาชนไม่ได้

ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า การควบคุมประชาชนไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยเขตพรมเเดนของบ้านเมืองมาปิดล้อม การป้องกันบ้านเมืองไม่จำเป็นต้องอาศัยความคับขับอันตราย ของภูเขา เเม่น้ำ ลำธาร มาเป็นเเนวป้องกัน การแผ่อำนาจบารมีไปทั่วหล้า ไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยความเเหลมคมของศาสตราวุธ

 ผู้ที่ ดำเนินการปกครองโดยธรรม ย่อมได้รับความสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ ผู้ที่ดำเนินการปกครองโดยปราศจากธรรมย่อมยากที่จะได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน 

เเละผู้ที่ยากที่จะได้รับความสนับสนุนจากประชาชน ถึงสุดขีด เเม้ญาติพี่น้องก็จะหันหลังให้ ส่วนผู้ที่จะได้รับความสนับสนุนจากประชาชนทั่วหล้าย่อมจะพากันมาสวามิภักดิ์ หากบ้านเมืองที่มีประชาชนทั่วหล้าสวามิภักดิ์โจมตีบ้านเมืองที่เเม้เเต่ญาติ พี่น้องก็ยังจะตีจาก

                                                             “ถึงเเม้ธรรมราชาไม่ปรารถนาที่จะทำศึกสงคราม เเต่ถ้าจำเป็นต้องทำก็ย่อมจะต้องได้รับชัยชนะอย่างเเน่นอน”