หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

ในรัชสมัยฮ่องเต้ ซ่งเหยินจง พวกเหลียวซึ่งเป็นชนส่วนน้อยทางตอนเหนือของจีน มีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆจึงมักยกทัพเข้ารุกรานแผ่นดินจงหยวนเสมอ ซ่งเหยินจง ทรงตระหนักถึงอันตรายจากการขาดแคลนบุคคลากร ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้รับคนที่มีความสามารถเข้าทำงานอย่างใจกล้า ไม่ว่าใครก็ตามหากมีความสามารถพิเศษด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะได้รับการบรรจุเข้าทำงานอย่างเหมาะสมตามความสามารถ

อยู่มาปีหนึ่ง ตู้เหิงจิง ซึ่งรับราชการอยู่ที่ด่านกวนจง ได้แนะนำบัณฑิตคนหนึ่งชื่อเหลยเจี๋ยนฟู ต่อราชสำนัก ทั้งนี้เนื่องจากตู้เหิงจิงเห็นว่า เหลยเจี๋ยนฟู พูดเก่ง คงมีความสามารถรับใช้ราชสำนักได้ดี อีกทั้งตัวเหลยเจี๋ยนฟูเองก็มีความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้าที่จะได้ทำงานรับใช้ ฮ่องเต้

หลังจากฮ่องเต้ได้สนทนากับเหลยเจี๋ยนฟู พระองค์ทรงชื่นชมมาก ทั้งนี้เพราะเขาพูดจาฉะฉาน สามารถยกตำราพิชัยสงครามมาแจกแจงยุทธศาตร์วิธีในการรับมือกับกองทัพเหลียว ได้อย่างมีเหตุผล หลังจากนั้นพระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ หลี่อี่เจี๋ยน ซึ่งเป็นอัครเสนาบดีแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ

หลี่อี่เจี๋ยนเป็นขุนนาง ที่ซื่อสัตย์ และสุขุมรอบคอบมีความยุติธรรม เขาเห็นว่าฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งขุนนางในตำแหน่งสำคัญง่ายเกินไป จึงขอเข้าเฝ้าและถวายข้อคิดเห็นว่า “โดยทั่วไปแล้ว พวกปัญญาชนมักพูดเก่ง แต่อาจจะทำงานไม่เก่งก็ได้ พระองค์ทรงแต่งตั้งเหลยเจี๋ยนฟูเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างรีบด่วน หากพบว่าวันหนึ่งข้างหน้าเขาไม่มีความเหมาะสม การแก้ปัญหาก็จะยุ่งยาก สู้ให้เขาเป็นข้าราชการท้องถิ่นไปพลางๆก่อนจะดีกว่า เมื่อไหร่ที่เขาแสดงฝีมือเป็นที่ประจักษ์ แล้วค่อยเลื่อนขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญ ก็ยังมิสายเกินไป”

ฮ่องเต้ทรง เห็นด้วยกับคำทักท้วงอันมีเหตุผลของหลี่อี่เจี๋ยน จึงทรงแต่งตั้งให้เหลยเจี๋ยนฟูไปเป็นผู้ช่วยนายอำเภอแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นมาเป็นลำดับ แม้จะผ่านตำแหน่งงานหลายๆตำแหน่ง แต่เหลยเจี๋ยนฟูก็ไม่ได้แสดงความสามารถล้ำเลิศกว่าคนอื่นไม่

ในเรื่อง ไม่ได้บอกรายละเอียดว่า ทำไมแม้เหลยเจี๋ยนฟูไม่มีความสามารถแต่กลับได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะความประจบสอพลอของเขาบวกกับความที่ฮ่องเต้เป็นคนที่ตัดสินคนจาก คำพูดมากกว่าการกระทำก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องการบอกในเรื่องก็คือ ความสามารถในการมองคนของหลี่อี่เจี๋ยน ที่มองอย่างละเอียดรอบคอบ มองจนเห็นธาตุแท้ของคนคนนั้น ยุคสมัยนั้น หลี่อี่เจี๋ยนได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีสมองแจ่มใส มีพลังในการวิเคราะห์เป็นเลิศ

ผมมองว่าบ้านเมืองเราในยุคสมัยนี้ก็ไม่ ต่างจากยุคฮ่องเต้ ซ่งเหยินจง เท่าไหร่นัก ที่มักแต่งตั้งพวกประจบสอพลอ พูดเก่ง ทำไม่เป็น ดีแต่พูด เข้ามารับตำแหน่งสำคัญๆ บ้านเมืองยุคนี้มันจึงเพี้ยนไปหมดในทุกๆฝ่าย มีแต่คนเก่งเต็มเมือง แต่หาคนที่ทำไม่มี ครั้นพอเจอคนที่ทำ ก็มักจะหาทางกลั่นแกล้ง โยกย้ายออกจากพื้นที่ ก็ลองมีลมหายใจกันต่อไปยาวๆเถอะ จะได้พบกับจุดจบของบ้านนี้เมืองนี้ว่า จะออกมาในรูปแบบใด ถ้าเรานับถือ คนที่พูดเก่งอยู่