ไป๋กุย นักการค้า

ในสมัย โบราณของจีน มีนักการค้าที่มีชื่อเสียง  ชื่อ ไป๋กุย เป็นคนสมัยชุนชิว   เขาเป็นนักการค้าที่มีความรู้เกี่ยวกับการค้าขายสูงมาก เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มองคนด้านบวกเสมอ เขาถือคติว่า “ของที่คนอื่นทิ้ง ข้าจะเก็บ ของที่อื่นเอาข้าจะยกให้” ด้วยเหตุนี้การค้าของเขาจึงเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว

ใน แต่ละปี ข้าวเปลือกจะล้นตลาดในฤดูใบไม่ร่วง ไป๋กุยจะรับซื้อข้าวเปลือกเอาไว้ และช่วงนี้ประชาชนจะหาซื้อผ้ามาตัดเย็บเสื้อผ้า ตลอดจนหาซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อทำการซ่อมแซมบ้านเรรือนให้ทันฤดูหนาว ไป๋กุยจะนำผ้าต่วน แพรพรรณ ผ้าไหมสีชาดออกมาขาย ครั้นถึงฤดูใบไม้ผลิ ชาวบ้านจะพากันเลี้ยงไหมและทอผ้าออกมาขาย เขาจะรับซื้อเสื้อผ้าต่างๆเอาไว้ แล้วขายข้าวเปลือกออกไป หลักการค้าของไป๋กุยมีว่า ต้องตอบสนองความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันต้องมีกำไรตามสมควร

ไป๋กุยเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์  เขารู้จักควบคุมการใช้จ่ายและควบคุมตนเองดีมาก เขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้าทาสบริวารคนรัึีบใช้ในบ้านเสมอ

แต่ถ้ามีโอกาสทำกำไรเมื่อไหร่ เขาจะฉกฉวยโอกาสนั้นทันทีั  ไม่ยอมปล่ิอยให้หลุดมือง่ายๆ

มีคนจำนวนมากอยากทำการค้าเก่งเหมือนเขา บางคนได้ไปขอเคล็ดลับจากเขา ไป๋กุยตอบว่า “หลัก การทำการค้าของข้าพเจ้า ก็คือ ทำการค้าดุจเดียวกับที่เป็นที่ปรึกษาฮ่องเต้ หรือเป็นกุนซือให้กองทัพหรือนักกฏหมายที่รักษากฏอย่างเคร่งครัด จะต้องใช้สติปัญญามาทำการค้า และต้องกล้าตัดสินใจ ดังนั้นคนที่ไม่มีไหวพริบ ไม่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ไม่กล้าตัดสินใจ ใจไม่กว้าง และไร้ความเมตตาปราณีจึงไม่สามารถทำการค้าใหญ่ๆได้  เราจะต้องทำให้ถึงขั้นที่ว่า คนอื่นทิ้งเราเก็บ คนอื่นเอา เราให้ คนที่ใจคอไม่มั่นคง ย่อมโลเล ไม่สามารถยึดมั่นอุดมการณ์ พอเจออุปสรรคขวากหนามเข้าก็เปลี่ยนใจ พวกท่านก็เช่นกัน หากต้องการศึกษาวิธีทำการค้าจากข้าพเจ้า ก็ต้องฝึกฝนตนเองให้มีคุณสมบัติดังกล่าว หากขาดคุณสมบัติเช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะสอนพวกท่านอย่างไรเช่นกัน

หลักการค้าแบบ นี้ ถือคติที่ว่า เวลาได้ต้องได้  เวลาเสียก็ต้องยอมจ่าย หากคิดจะกอบโกยถ่ายเดียว เชื่อได้ว่า ไม่นานลูกค้าก็หนีหมด  ในปัจจุบันนี้หลักการนี้ก็ยังไม่ล้าสมัยซะทีเดียว  ใครคิดอยากทำการค้าจำเป็นต้องจำหลักการนี้ไว้ให้แม่น แต่ถ้าเป็นนักการเมืองเห็นทีจะไม่ต้อง เพราะสันดานของคนพวกนี้ ตะกละตะกราม และคิดแค่จะรับ จะได้ถ่ายเดียว โดยที่ไม่สนใจว่าอะไรจะเกิด