โชคคือเคราะห์ เคราะห์คือโชค

ประมาณ 300 ปีมาแล้ว มีชายเจ้าของม้าคนหนึ่งอาศัยอยู่แถวชายแดน อยู่มาวันหนึ่งม้าของเขาซึ่งเป็นม้าพ่อพันธุ์ดี

ได้ข้ามทุ่งหายไปในดินแดนของพวกตาตาร์

บรรดาเพื่อนบ้านพากันปลอบโยนเขาว่า อย่าเศร้าเสียใจเลย เจ้าของบ้านกล่าวขอบใจเพื่อนบ้าน แล้วกล่าวว่า

“ใครจะไปรู้ การสูญเสียครั้งนี้จะไม่ใช่โชคดี”

หลายเดือนต่อมา ม้ากลับมาหาเจ้านายของมัน พร้อมกับนำม้าตาตาร์พ่วงพีสง่างามมาด้วยอีกตัวหนึ่ง พวกเพื่อนบ้าน

พากันแสดงความยินดีต่อความโชคดีของเขา เขากล่าวขอบใจเพื่อนบ้าน พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “ใครจะไปรู้ว่า โชคดีครั้งนี้

จะไม่ใช่โชคร้าย

เจ้าของม้ามีบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งนิยมชมชอบการขี่ม้ามาก ขณะที่เขาขี่ม้าตาตาร์ที่สวยงามตัวนั้น เกิดพลัดตกลงมา กระดูก

สะโพกแตกพิการ พวกชาวบ้านพากันแสดงความเสียใจต่อเจ้าของและลูกชาย เขาขอบใจเพื่อนบ้านแล้วพูดว่า “เคราะห์ครั้งนี้

อาจจะเป็นโชคดีก็ได้”

ปีถัดมาพวกตาตาร์ ก่อการบุกรุกชายแดนหนักหน่วงขึ้น บรรดาชายฉกรรจ์ต่างถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร การสู้รบในสงครามเป็นไป

อย่างดุเดือด ทหารเก้าในสิบคนเสียชีวิตในสงคราม โชคดีที่ลูกชายคนเลี้ยงม้าพิการ จึงไม่ถูกเกณฑ์ไปรบ ทั้งพ่อลูกอยู่สบาย

ปราศจากรอยขีดข่วน…

จากเรื่องนี้บอกให้รู้ว่า” โชคคือเคราะห์ เคราะห์คือโชค” มันเป็นความลึกลับของธรรมชาติเกินหยั่งรู้

คนมากมายที่ไม่นึกถึงความลึกลับในข้อนี้ ยามมีอำนาจก็เหลิงในอำนาจ ไม่ได้คาดคิดว่า วันหนึ่งข้างหน้ายามเมื่อเสียอำนาจไปแล้ว

จะทำอย่างไร หันไปทางใดก็มีแต่คนรังเกียจ คนที่ล้อมรอบอยู่ก็หนีหายหมด เพราะไม่มีอำนาจพอที่จะบันดาลผลประโยชน์ให้เขาได้