ความพ่ายแพ้ที่หอมหวาน


 

 

 

 

 

ข้าพเจ้าชมชอบการประลอง..การต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือ…เหนือกว่า..
หาใช่กระหาย..ใคร่อยากต่อชื่อเสียง..หรือ..การเป็นผู้โค่นล้ม…
แต่..เป็นเพราะ..ข้าพเจ้าชมชอบในความพ่ายแพ้..

..คงมีเพียงความพ่ายแพ้เท่านั้น..ที่มักทำให้เกิดการ..ค้นหา..ค้นพบ..
..แล้วก็กลับไปหาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม..
..ไปเพื่อพ่ายแพ้..แต่..เป็นการพ่ายแพ้ที่มักทวีความบอบช้ำให้กับผู้ชนะ..
สะสาแก่ใจ….”ชนะกูได้มึงก็เหนื่อย”

..ความพ่ายแพ้สำหรับข้าพเจ้ามันจึงมักหอมหวานเสมอ…
..ความพ่ายแพ้..ที่เมื่อได้มา..ก็ไม่ต้องกริ่งเกรงว่า….
..จะมี..หรือ..ถูก…ใครมาแย่งชิง…
..การรักษามันไว้จึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือน่าอับอาย..
..ประโยค..ไอ้ขี้แพ้..จึงไม่เสียดแทง..แต่ดุจดั่ง..คำชื่นชม..
..จริงๆเชื่อเถอะ…ความพ่ายแพ้..มันมีแง่มุมที่หอมหวานซุกซ่อนอยู่…

..รู้ดังนี้..ก็รู้จักแพ้กันบ้างนะ….พวกมึง..พวกกู..ทั้งหลาย…

งานเก่าเขียนเมื่อ ๖ ตุลา ๒๕๕๕ เวลา สองทุ่มเจ็ดนาที

ผ่านมาปีกว่า สังคมก็ยังหาผู้ที่อยากแพ้ ผู้ที่ยอมแพ้หรือผู้ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ บ้านเมืองจะดำเนินไปได้อย่างไรในเมื่อทุกคนขาดซึ่ง สติ สติที่จะหยุดคิดนึงแล้วหันหลังกลับไปทบทวนถึงสิ่งซึ่งอยู่ตรงหน้าว่า แก่นแท้ ของมันคืออะไร? เราไม่เลือกที่จะเจริญลมหายใจและระบบความคิดด้วย สติ ผลสุดท้าย สงคราม การต่อสู่ การแก่งแย่งชิงดีกัน การจบสิ้นในแต่ละครั้งก็เป็นเพียงการจบเพื่อหาทางเริ่มต้นการต่อสู้แบบใหม่ขึ้นมา คนพวกนี้ถ้าบัดซบเฒ่ามีเวทย์มนต์จะเสกให้พวกมันมีอายุยืนสักสามร้อยปี เพื่อที่พวกมันจะได้รู้ว่า หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแต่ละครั้ง ลมหายใจที่ดำรงอยู่ของพวกมันจะพานพบกับสิ่งใดบ้าง คำว่าถูกในวันนี้ ผ่านไปอีกร้อยปีพวกมันอาจเป็นตัวอัปรีย์ กาลีบ้านกาลีเมือง ของคนรุ่นใหม่ก็เป็นได้….

เฒ่าบัดซบ