กูรู้ทุกอย่าง ยกเว้น

ตอนอยู่ที่ทำงาน ลูกน้องท้วงติง เอ็ดตะโรลั่นโลก”แกเป็นใคร บังอาจมาสอนฉัน เรียนจบอะไรมาแค่ไหนกันนักเชียว”…เผลอแป๊ปเดียว…ไปนั่งหน้าสลอนหน้าเวที บนเวทีจบอะไรมาไม่รู้ พูดออกมาถูกหมด บางครั้งก็รู้สึกงงๆกับอารมณ์ ของพวกมากความรู้

งงๆมากพอกับ..ประชาธิปไตย..ที่บอกว่า..เราถือเอาเสียงส่วนใหญ่เลือกคนไปทำงานในสภา อ้าว แล้วไหงกลายเป็นว่า เราต้องออกมาต่อสู้บนท้องถนน เพราะเราเสียงข้างน้อย โหวตยังไงก็แพ้ คำถามที่เกิดขึ้นในสมองโง่ๆ ..คนห้าหมื่น แปดหมื่น ออกมาก่อการบนท้องถนน ขับไล่คนที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นสิ่งถูกต้อง เป็นสิ่งต้องทำ แล้วถ้ามีคนอีกสองแสน มาขับไล่คนห้าหมื่น แปดหมื่น ด้วยเหตุเดียวกัน คนพวกนี้จะถูกหรือผิด คำตอบคือผิด เพราะ ประชาธิปไตยของเรา จะนับเสียงส่วนใหญ่ก็ต่อเมื่อ พวกกูเป็นใหญ่เท่านั้น

เฒ่าเองรู้สึกเซ็งๆ ตอนก่อนก็หยิบสีเหลืองขึ้นมาเล่นในห้วงเวลาของความปิตืยินดี คราวนี้หยิบสีดำขึ้นมาเล่นในห้วงของการสูญเสีย แต่..ทุกครั้ง..ที่พวกเขาสนุกสนานกับการเล่นสี..คนที่หายนะก็คือประชาชนทุกครั้งไป…..

หยุด..คิดนิดนึง…ปี53 คดียังไม่สิ้นสุด…สมมุติว่า..ทั้งสองเทพ..ไม่ผิด…
..ถ้าไม่ผิด..
ปี56 เกิดซ้ำขึ้นมาอีก… คุณว่าคนที่สั่งจะผิดไหม???นี่คือคำถาม…

อย่าคิดไปเลยครับว่า ข้อมูลเชิงลึกนั้นเรารู้ละเอียดดี เรารู้ความจริง เรื่องจริงที่สุดไม่เคยตกมาถึงมือเราหรอก มีแต่เรื่องหลอกๆที่เรารับฟัง ด้วยเหตุและผลที่แน่นหนาที่รู้ว่า พูดแล้วเราต้องเชื่อ อย่าคิดไปเลยว่าเรานั้นโคตรฉลาด วิเคราะห์เรื่องราวเก่ง หัดคิดง่ายๆแบบคนโง่ดูบ้าง คิดตื้นๆก็พอ เพราะ มันจะทำให้เราเห็นอะไรได้มากกว่านี้

นิรโทษกรรม จะต้นซอย กลางซอย หรือสุดซอย ปล่อยให้นักการเมืองเขาต่อสู้กันไปเถอะครับ
ปล่อยพวกนักการเมืองเขาเล่นกันตามประสาพวกเขา พวกเราก็ทำเพียงแค่ตั้งคำถามว่า “ถ้าเป็นเราให้กลับมาอย่างไร้มลทิน ไม่มีคดีความใดๆทั้งสิ้น ในสภาพบ้านเมืองแบบนี้  ” เราจะกลับมาไหม???

ในคำว่าเท่ห์ๆ สำหรับเฒ่า ก็คือการต่อสู้ ฟาดฟัน ห้ำหั่นกัน เจ็บบ้าง ตายบ้าง สุดท้ายเรื่องก็จบลงแบบง่ายๆ เมื่อนิรโทษกรรมสำเร็จ พวกท่านอาจได้ยินคำนี้ก็ได้…”ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่การต่อสู้ได้จบลง ด้วยชัยชนะของพี่น้องที่รักประชาธิปไตย รักความถูกต้อง บัดนี้ ข้าพเจ้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าบริสุทธิ์ และข้าพเจ้าได้รับอานิสงฆ์ของการนิรโทษกรรมแล้ว วันนี้ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจและสบายใจมากที่สุดในรอบหลายปีมานี้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ยืนเคียงข้างข้าพเจ้ามาโดยตลอด เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดี ข้าพเจ้าก็จะขอทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า เมื่อใดก็ตามที่ข้าพเจ้าได้รับความเป็นธรรม เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าพเจ้าจะขอเสียสละด้วยการไม่เข้ามาวุ่นวายในประเทศนี้อีก เพื่อความสงบสุขของผืนแผ่นดินที่ข้าพเจ้ารักและหวงแหน ข้าพเจ้าจะขอใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนจกกว่าชีวิตจะหาไม่”

ระวังให้ดี…จะเจอไม้นี้…

กลับบ้านแล้วใช้เวลาที่มีค่า ทำให้มีค่ามากขึ้นด้วยการอยู่กับครอบครัวดีกว่าครับ ให้นักการเมืองเขาซัดกันเอง ดูซิว่า ถ้าไม่มีประชาชน มวลชนเข้าไปเกี่ยวด้วย พวกมันจะทำอะไรกันได้
ลองดูซิ….