เคลื่อนหรือนิ่งแต่พอเหมาะ จะเข้าออกก็ไร้สิ่งกีดขวาง

น้ำไหลแต่กลับไร้เสียง
จึ่งซึมซาบต่อความเงียบสงัดในความอึกทึก
เขาสูงแต่เมฆลอยผ่าน
จึ่งสำนึกในเหตุที่ก้าวจากอัตตาสู่อนัตตา

พิณไร้สายของเถายวนหมิง

เมื่อนั่งอยู่ริมคลองอันสวยงาม แม้หูจะได้ยินเสียงน้ำไหลริน แต่กลับรู้สึกว่าแผ่นดินกว้างใหญ่นี้มีแต่ความสงบเงียบ สามารถจะหาความสุขสบายได้
เฉกเช่นเมฆขาวที่ลอยละล่องอยู่บนฟากฟ้า ภูเขาแม้จะสูงลิบลิ่ว ก็หาสามารถจะกีดขวางไว้ไม่ มันยังคงลอยละลิ่วปลิวไปในฟ้าใส ไปมาอย่างเสรี
มีชายที่น่าพิศวงอยู่คนหนึ่งในประเทศจีน จิตใจของเขาบรรลุถึงอาณาจักรแห่งความกลมกลืนขั้นสูงสุด เขาคนนั้นคือ เถายวนหมิง มหากวีลูกทุ่งแห่งสมัยราชวงศ์จิ้น เถายวนหมิงผู้ซึ่งไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจอิทธิพลเพื่อข้าวเพียงห้าโต่วคนนั้น
เขามีพิณอยู่ตัวหนึ่ง แต่ไม่มีสาย หลังจากเขาร่ำสุราจนได้ที่แล้ว ก็มักจะหยิบมันออกมา แล้วบรรจงกรีดนิ้วลงบนตัวของมันทั้งๆที่ไร้สาย  ยามนั้นผู้คนที่พบเห็นจะรู้สึกประหลาดในท่างท่าที่ดื่มด่ำของเขา ดุจดังเขาได้บรรเลงแล้วได้ยินเสียงของมัน หลายต่อหลายคนที่ผ่านไปมามีบ้างที่หัวร่อเขา และมีบ้างที่เอ่ยถามเขาว่า
“ท่านดีดพิณไม่เป็น แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่ท่านจะใช้นิ้วบรรเลงเพลงบนพิณที่ไร้สายเยี่ยงนี้?”
เถายวนหมิงตอบว่า “เมื่อซาบซึ้งใจในพิณ ไฉนจะต้องได้ยินเสียงของมัน”
เขาก็คือก้อนเมฆที่ลอยไปลอยมา มีหัวใจที่สงบเงียบและกลมกลืน มีแห่งหนที่ตนแสวงหา ไม่ถูกรบกวนจากภายนอก ไร้สิ่งกีดขวาง เกษมสำราญเต็มเปี่ยม