อ่านหนังสือควรอ่านจนดื่มด่ำ สังเกตสรรพสิ่งควรทำจนซึมซาบ

คนอ่านหนังสือเป็น
ควรอ่านจนสะกดกลั้นความพึงพอใจไว้ไม่อยู่
จึงจะเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถ่องแท้
ผุ้สันทัดการสังเกตสรรพสิ่ง
ควรสังเกตจนซึมซาบเข้าไปในจิตใจ
จึงจะมองเห็นธาตุแท้ได้ทะลุปรุโปร่ง

ลูกเขยโง่ซื้อห่าน

คนเรียนหนังสือในสมัยโบราณเห็นว่า การศึกษาหาความรู้จะต้องเริ่มต้นจากการพิเคราะห์สรรพสิ่งก่อนสิ่งอื่น
เมฆขาวที่ลอยละลิ่วมาตามลม น้ำค้างที่หยดลงมาจากกิ่งไม้ มดเป็นกลุ่มบนกำแพง ล้วนแต่เป็นเป้าหมายของการพิเคราะห์ทั้งสิ้น
ผู้ที่มีอัจฉริยะทางวรรณกรรมเมื่อได้เห็นการผันแปรร้อยแปดพันเก้าของเมฆขาว ก็อาจจะชวนให้คิดไปถึงซานตาครอส หรือไม่ก็ลูกสุนัข   ส่วนคนที่ชอบสัตว์ ก็มักจะให้ความสนใจต่อมดซึ่งไม่เคยหลงทาง ทำไมมันจึงสามารถแบกเศษขนมปังที่หนักกว่าตัวมันได้? พวกมันทักทายปราศัยกันอย่างไร?
แต่การพิเคราะห์สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม จะต้องสนใจดูให้ถ่องแท้ทะลุปรุโปร่งทั้งหน้าหลัง ทั้งภายในภายนอก มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็นเหมือนดั่ง”ลูกเขยกวางตุ้ง”ซึ่งซื่อจนเซ่อ
เล่ากันมาว่า ในกว่างโจวมีลูกเขยอยู่คนหนึ่ง วันหนึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของผู้ที่เป็นพ่อตา ภรรยาของเขาใช้ให้ซื้อห่านให้ไปเป็นของขวัญเพื่อนำไปอวยพร และได้พยายามอธิบายลักษณะของห่านให้ฟังหลายต่อหลายครั้งว่า”บนหัวห่านมีก้อนอะไรอยู่ก้อนหนึ่ง มีอะไรที่งอกอยู่บนหัวนั่นแหละห่าน” ฝ่ายสามีซึ่งเป็นลูกเขยก็ท่องจำจนขึ้นใจ
พอไปถึงตลาด ก็เจอเข้ากับนักพรตเต๋า บนศรีษะเกล้ามวยผมไว้กระจุกหนึ่ง เขาก็คิดว่า”นี่แหละห่าน” เขาจึงตรงเข้าไปจับมือนักพรตแล้วลากไปถึงบ้านพ่อตา จนกลายเป็นเรื่องตลกที่ชาวบ้านรู้เรื่องนำมาล้อกันทั่วหมู่บ้าน  เรื่องนี้เป็นตลกร้ายเข้าทำนองอุปมาอุปมัย ย่อมไม่มีใครอยากจะเป็นแบบลูกเขยโง่เป็นแน่ แต่ถ้าหากเราเป็นอย่างโทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกา ทำให้ไข่กลายเป็นนาฬิกาได้ก็คงจะดีกว่าแน่นอน
พูดถึง เอดิสันแล้ว เล่ากันว่าเวลาที่เขาค้นคว้าอะไรอยู่ เขาจะหมกหมุ่นมาก เที่ยงวันหนึ่งเขารู้สึกหิว จึงหยิบไข่ใส่ลงไปต้มในหม้อ แล้วเขาก็หันไปทำอะไรจนเพลินลืมนึกถึงไข่ที่ต้มไว้ ปล่อยให้น้ำในหม้อเดือดแล้วเดือดอีก ครั้นเมื่อเขานึกขึ้นมาได้จึงรีบตรงไปที่หม้อต้มแล้วเปิดฝาอออก เพื่อที่จะหยิบไข่ออกมากิน แต่สิ่งที่เขาเห็นแทนที่จะเป็นไข่กลับกลายเป็นนาฬิกาข้อมือของเขา ส่วนไข่ที่เขาตั้งใจจะต้มนั้นวางอยู่ข้างๆหม้อต้ม
การพิเคราะห์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ควรจะต้องใจจดใจจ่อเหมือนเอดิสัน ใจจดใจจ่อจึงจะสามารถพินิจพิจารณาได้อย่างถคึงที่สุด พอถึงขั้นหนึ่งเมื่อมีพื้นฐานบ้างแล้ว ก็สามารถที่จะเริ่มอ่านหนังสือได้  การอ่านหนังสือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ถ้าอ่านจนสะกดกลั้นความพึงพอใจไว้ไม่อยู่ นั่นก็จะมีความสุขยิ่งกว่าได้ขึ้นวิมานชั้นฟ้าเสียอีก  ใครเคยมีประสบการณ์ในเรื่องการอ่านหนังสือจนลืมกินลืมนอนบ้างหรือเปล่า? เคยมีบ้างไหมที่ใครเคยเกิดความรู้สึกว่า ในหนังสือได้เขียนไว้ตรงกับความเห็นของเราไม่ผิดเพี้ยน?นี่ก็คือความสุขของการอ่ารหนังสือละ