คุณธรรมความประพฤติสามัญ คือรากฐานแห่งสันติสุข


เล่ห์เหลี่ยมและอุปนิสัยแปลกประหลาด
พฤติการณ์พิกลและความสามารถพิสดาร
เป็นรากเหง้าแห่งความวิบัติในการดำรงตน
มีแต่คุณธรรมความประพฤติอันเป็นปรกติธรรมดาสามัญ
จึงจะสามารถขจัดความสับสนปนเป
แยกชั่วดีได้ชัดเจน
นำมาซึ่งความสันติสุข

นายอำเภอลากเรือ

ในสมัยราชวงศ์จิ้น อินหงเฉียวเตรียมตัวจะไปรับตำแหน่งขุนนางที่ยี่จาง ก่อนจะออกเดินทางไป คนในเมืองหลวงฝากจดหมายให้เขาไปช่วยส่ง 100 กว่าฉบับ แต่หารู้ไม่ว่า พอเขาเดินทางถึงเมืองสื้อโถวเฉิงยังไม่ทันจะถึงครึ่งทางเท่านั้น ก็โยนจดหมายเหล่านั้นทิ้งลงแม่น้ำหมด ซ้ำยังบ่นกับตัวเองอีกว่า จะไม่ยอมเป็นคนใช้ใครเด็ดขาด
การกระทำของเขาดังนี้ คงจะไม่มีใครเห็นว่าเขาทำถูกเป็นแน่ ตรงกันข้าม คนทั้งหลายคงจะวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พฤติการณ์ของเขาแปลกคนนัก ไร้สัจจะเป็นอย่างยิ่ง

ในสมัยราชวงศ์ชิง มีนายอำเภออยู่คนหนึ่ง การประพฤติปฏิบัติของเขามิใช่ธรรมดาสามัญเลย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขุนนางใหญ่เดินทางมาถึงอำเภออี๋ชาง เตรียมที่จะไปยังถ้ำสามกวี ตามระเบียบแล้วเป็นหน้าที่ของนายอำเภอผู้นี้ ที่จะต้องจัการให้ตามประสงค์
ดังนั้น ขุนนางผู้ใหญ่จึงลงเรือที่นายอำเภอเตรียมไว้ให้ เรือแล่นทวนน้ำไปยังถ้ำสามกวี ระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งนัก ขุนนางผู้ใหญ่ต่างชื่นชมทิวทัศน์ที่งดงามนั้นและสนทนากันด้วยความเบิกบานยิ่ง
แต่มีผู้ติดตามขุนนางผู้หนึ่งเป็นคนช่างสังเกต เขาได้กวาดสายตาไปโดยทั่ว แล้วเขาก็พบกับสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้สังเกตพบว่าคนที่ลากเรือให้พวกขุนนางและตัวนั้น หาใช่ใครไม่ แต่เป็นนายอำเภอของเมืองอี๋ชางนั่นเอง   ผู้ติดตามเมื่อสังเกตจนแน่ใจแล้ว ก็ได้นำเรื่องไปบอกกับเหล่าขุนนาง ซึ่งทำให้เหล่าขุนนางรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งจึงได้ให้คนไปเชิญตัวนายอำเภอมาพบ และถามไถ่ถึงสาเหตุที่มาลากให้ ก็ได้รับคำตอบว่า
“ท่านครับ ตอนนี้เป็นฤดูทำนา ราษฎรทั้งหลายต่างก็มีภาระกิจในนาของตัวเองทั้งสิ้น จะหาคนว่างแม้สักคนก็ไม่มี แม้หากข้าพเจ้าใช้อำนาจออกคำสั่งให้ไปเกณฑ์พวกเขามา ก็จะทำให้พวกเขาขัดเสียมิได้ แต่ผลที่ตามมานั้นย่อมหมายถึงนาของพวกเขาย่อมต้องรับความเสียหายอย่างแน่นอน ข้าพเจ้าจึงลากเรือเสียเองเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้คนอื่นต้องได้รับความเดือดร้อน ”
ขุนนางผู้ใหญ่ได้ฟังแล้ว ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง และได้สั่งให้หันหัวเรือกลับ ยกเลิกการไปถ้ำสามกวีทันที
เรื่องราวของคนสองคน คนหนึ่งกำลังจะไปรับตำแหน่ง แต่ยังไม่ทันได้รับ ก็กลับแสดงตัวแสดงตนออกมาว่า ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ซ้ำร้ายยังได้ทำให้เดือดร้อนเสียอีก ด้วยการโยนจดหมายทิ้ง โดยที่ไม่รู้ว่า ใจความในจดหมายนั้นมีความสำคัญมากน้อยเพียงใดสำหรับผู้ที่จะได้รับข่าวนั้น แต่อีกคนหนึ่ง ดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว เป็นถึงนายอำเภอแต่กลับมองเห็นทุกข์ สุข ของประชาชนที่ตนเองปกครอง แม้สามารถจะออกคำสั่งให้ทำตามได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น ด้วยรู้ว่า คำสั่งนั้นจะไปทำร้าย ทำลาย ความสุขของประชาชนใต้ปกครอง เขาเลือกที่จะทำเองดีกว่า ในเมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่นัก บ้านเมืองของเรา ใน ณ วันนี้ มีแต่ข้าราชการ และผู้มีอำนาจประเภทแรกเป็นส่วนใหญ่ ชอบสำแดงอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช ชอบสะสมพฤติกรรมที่แปลกประหลาดพิสดาร กันเสียมากกว่า บ้านเมืองจึงได้วุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น จะหาข้าราชการ หรือผู้มีอำนาจแบบ นายอำเภอลากเรือ นั้น ค่อนข้างหายากเต็มทน นั่นเพราะคนเหล่านี้ มักชมชอบทำเรื่องธรรมดาสามัญ เมื่อทำเรืองธรรมดาสามัญการเป็นอยู่ย่อมยิ่งสามัญกว่ามาก นั่นก็ทำให้เราได้พบเห็นยากมากตามไป