ความดีเติบโตเงียบๆ ความชั่วสูญหายช้านาน


ทำดีไม่เห็นผลชัด
จักเป็นผลฟักใต้ใบบัง
เติบโตอยู่อย่างเงียบๆ
ทำชั่วไม่เห็นผลเสีย
จักเป็นเช่นหิมะกลางลาน
ละลายไปมิได้หยุด

เจ้าสาวสองคน

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งเล่าสืบต่อกันมาว่า มีเจ้าสาวลูกเศรษฐีคนหนึ่ง นำสินออกเรือนมากมายติดตัวไปด้วย ระหว่างทางที่ไปยังบ้านเจ้าบ่าว บังเอิญเจอกับฝนหนัก จึงหลบฝนเข้าไปอยู่ในศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง และในเวลาเดียวกัน ก็มีเจ้าสาวอีกคนหนึ่งแต่มีฐานะยากจน ซึ่งแต่งงานออกเรือนเหมือนกันเข้าไปอาศัยหลบฝนอยู่ในศาลเจ้าร้างที่เดียวกัน
เจ้าสาวผู้ที่มีฐานะร่ำรวยเมื่อเห็นเจ้าสาวผู้ที่มีฐานะยากจนกว่า อีกทั้งเสื้อผ้านั้นก็สกปรกมอมแมม เธอจึงเกิดความสงสาร จึงได้แบ่งทรัพย์สินที่นำติดตัวมาส่วนหนึ่งให้ไป เมื่อฝนหยุดตกทั้งสองก็ร่ำลากัน แล้วแยกเดินทางเพื่อไปสู่จุดหมายของตน
เจ้าสาวผู้ที่มีฐานะร่ำรวยเมื่อได้มาอยู่บ้านสามี ก็ครองชีวิตคู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่พอเวลาผ่านไปได้สองปี ก็เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรง นางกับสามีต่างถูกภัยพิบัติในครั้งนั้นแยกออกจากกันไปคนละทิศละทาง ตัวนางต้องระเหเร่ร่อนพเนจรไปยังที่ต่างๆ ได้รับความทุกข์ทรมาณอย่างแสนสาหัส สุดท้ายก็ได้รับโอกาสให้เข้าไปเป็นคนเลี้ยงเด็กยังบ้านหลังหนึ่ง
อยู่มาวันหนึ่ง นางได้พาเด็กไปเล่นในสวน เด็กเล่นเพลินขว้างลูกบอลไปทางเก๋งเล็กๆที่สร้างหลบอยู่ในดงไม้ นางจึงเข้าไปหาลูกบอลตรงบริเวณนั้น มองเห็นในเก๋งตั้งโต๊ะบูชาถุงเล็กๆใบหนึ่ง เมื่อนางเดินเข้าไปพิจารณาใกล้ๆก็ถึงกับร้องไห้โฮออกมา  เด็กๆที่เล่นอยู่เมื่อได้ยินเสียงพี่เลี้ยงร้องไห้อย่างดังก็ตกใจ จึงรีบวิ่งไปแจ้งเรื่องให้มารดาของตนทราบ นางจึงชวนสามีเดินเข้าไปในสวนเพื่อหาความจริง เมื่อได้พบกันนางจึงถามถึงสาเหตุที่ต้องร้องไห้เช่นนั้น ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า เพราะถุงใบนั้น
ที่แท้ถุงใบนั้นก็คือถุงที่นางให้กับเจ้าสาวที่แต่งตัวมอมแมมเมื่อคราครั้งที่หลบฝนอยู่ด้วยกันในศาลเจ้าร้าง ซึ่งนั่นก็ย่อมหมายความว่าเจ้าสาวคนนั้นในปัจจุบันนี้ก็คือนายหญิงของเธอนั่นเอง เมื่อทั้งสองพิจารณาซึ่งกันและกันอย่างถ้วนถี่ก็จดจำกันได้ นางผู้เป็นนายหญิงจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง และบอกกับผู้ที่มีพระคุณของเธอว่า เป็นเพราะทรัพย์สินที่อยู่ในถุงนี้ เมื่อเธอได้มาก็นำมาลงทุนค้าขาย เก็บหอมรอมริบ จนมีฐานะดีขึ้น เธอพยายามติดตามหาผู้มีพระคุณของเธอ แต่ก็ไม่เคยพบเลย จึงได้นำถุงนี้มาตั้งเพื่อกราบไหว้บูชาระลึกถึงผู้ที่ให้มา
และในเวลาต่อมาเธอก็ให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางต่อผู้มีพระคุณของเธอ ในที่สุดเธอก็สามารถช่วยติดตามหาสามีที่พลัดพรากกันของผู้มีพระคุณจนพบ และมอบทรัพย์สินให้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการช่วยในการก่อร่างสร้างตัวใหม่
เรื่องนี้ “ภาษิตรากผัก”ได้กล่าวว่า
“ทำความดี ผลของมันอาจจะไม่ปรากฏขึ้นในทันทีทันใด มันอาจจะเหมือนดังผลฟักที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้ารก เติบโตขึ้นช้าๆ แต่ก็เก็บเกี่ยวได้ในที่สุด ส่วนการทำชั่วนั้นเล่า? เราอาจจะไม่ถูกลงโทษในทันทีทันใด แต่โชคลาภของเราก็จะเหมือนกับกองหิมะในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อพบกับอากาศอบอุ่นเข้า ก็จะค่อยๆละลายไปทีละน้อยๆ จนไม่มีเหลือ”