มองที่เรื่องใหญ่ ทำที่เรื่องเล็ก


เรื่องเล็กไม่เสียหาย
ที่มืดไม่หลอกลวงปิดบัง
อับจนไม่เกียจคร้าน
นี้จึงเป็นวีรชนที่แท้จริง

รังมดเล็กๆ

จางเอ้อหมา เป็นพ่อค้าขายของเบ็ดเตล็ด เขาหาบของไปขายจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งทุกๆวัน ในหาบของเขามีสินค้า ข้าวของ เครื่องใช้ ต่างๆนานา
ในวันนั้น จางเอ้อหมาออกจากหมู่บ้านจางเจียชุน คิดจะเร่งไปให้ถึงหมู่บ้านจางเจียชุนก่อนฟ้ามืด เพื่อพักผ่อนและซื้อสินค้าเพิ่มเติม เพื่อจะได้นำไปขายหากำไรในวันรุ่งขึ้น เขาเดินไปตามเส้นทางที่เขาใช้อยู่ประจำอย่างชำนาญ เขารู้ว่าทางข้างหน้านั้นจะมีภูมิประเทศเป็นเช่นไร ข้างหน้าจะเป็นเนินดิน จากเนินดินจะเป็นลำธาร จากลำธารอีกไม่นานก็จะถึงหมู่บ้านปลายทาง หากนึกถึงคำเปรียบเปรย ก็คงต้องพูดว่า หลับตาเดินยังไม่หลงทาง
แต่วันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเขาเดินขึ้นเนินดินที่เดินมานับร้อยเที่ยว เขากลับล้มลงก้นกระแทกพื้น หากสินค้าที่หาบมาคว่ำลง สินค้าต่างๆหล่นเกลื่อนกลาด กระจัดกระจายไปคนละทางสองทาง เมื่อตั้งสติได้เขาจึงยันร่างขึ้นมา พร้อมความประหลาดใจว่า อะไรกันที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ และเขาก็ต้องประหลาดว่าส่งที่ทำให้เขาลื่นล้มลงนั้น หาใช่สิ่งที่ใหญ่โตมากมาย แต่กลับเป็นแค่รังมดเล็กๆเท่านั้น รังมดเล็กๆที่มันสร้างขึ้นมาเป็นเนินดินสูงกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับ จางเอ้อหมา ก็ดุจดั่งคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า
“คนเราคงไม่ถูกภูเขาสูงขัดขาให้ล้ม แต่อาจสะดุดรังมดเล็กๆลื่นล้มลงไปได้”
ในที่นี้ “ภาษิตรากผัก” บอกกับเราว่า
“ในเรื่องเล็กๆเราจะประมาทเลิ่นเล่อมิได้เด็ดขาด เพราะจะทำให้สามารถหลีกพ้นจากความเสียหายอันใหญ่หลวงอันเกิดจากเรื่องเล็กได้ ในที่ๆคนอื่นเขามองไม่ถึงหรือมองไม่เห็น ก็ไม่ควรจะหลอกลวงปิดบังเป็นอันขาด เมื่อผิดหวังก็ยิ่งไม่ควรเกียจคร้าน และสูญเสียความกระตือรือร้นไปสิ้นเชิง จึงจะเป็นวีรชนที่แท้จริง สามารถทำการใหญ่ได้สำเร็จ”