ทำสิ่งใดควรเว้นที่ว่าง แค่ห้าส่วนก็จะไม่เสียใจ


อาหารเลิศรส
คือโอสถกัดกร่อนลำไส้
กินห้าส่วนจึงไม่มีโทษ
เรื่องสำราญใจ
คือสื่อแห่งความล้มเหลวเสื่อมศีลธรรม
รับห้าส่วนจึงไม่เสียใจ

เป่าสื้อหัวเราะ

         เล่ากันมาว่า ในสมัยราชวงศ์โจวมีสาวสวยบาดใจอยู่คนหนึ่งมีชื่อว่า เป่าสื้อ อิ๋วอ๋องซึ่งเป็นฮ่องเต้สมัยนั้น ได้นำตัวนางเข้าวังมาเป็นสนมเพราะรูปโฉมที่งดงาม   อิ๋วอ๋องจึ่งรักนางมาก     แต่แม้เป่าสื้อจะสวยสดงดงามหยาดฟ้ามาดิน จนผู้ได้ยลโฉมต้องตกตะลึงไปก็ตาม ทว่าก็มีนิสัยประหลาดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะหรือสถานที่ครึกครื้นสนุกสนานอย่างไรก็ตาม ปากรูปกระจับสีแดงของนางไม่เคยจะยิ้มให้เห็นแม้สักครั้งเดียว
มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดมาก อิ๋วอ๋องรู้สึกปวดเศียรเป็นอย่างยิ่งในเรื่องนี้ พระองค์พยายามหานางระบำรำฟ้อนมาแสดงให้นางดู หาวิธีการทุกอย่างเพื่อให้สาวสวยคนนี้หัวเราะสักครั้งหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดเป่าสื้อก็ยังไม่ยอมยิ้มหัวเลย
มีอยู่วันหนึ่ง อิ๋วอ๋องเกิดคิดขึ้นมาได้ จึงสั่งให้ทหารไปก่อไฟขึ้นที่หอเพลิงซึ่งใช้สำหรับส่งข่าวศึกฉุกเฉิน ทำเอาพวกเจ้าครองแคว้นที่เห็นสัญญาณเพลิงต่างก็ยกทัพกันมาอย่างตาลีตาลาน ด้วยเข้าใจว่ามีข้าศึกประชิดติดเมืองหลวงเข้ามาแล้ว แต่เมื่อเจอหน้าอิ๋วอ๋อง อิ๋วอ๋องกลับบอกว่าไม่มีเรื่องอะไร เพียงแต่ก่อไฟเล่นสนุกๆเท่านั้น พวกเจ้าครองแคว้นที่ยกทัพมาอย่างกระหืดกระหอบ ด้วยหวังป้องกันภัยให้อิ๋วอ๋อง เมื่อทราบว่าตนเองถูกหลอกเพื่อความสนุกเช่นนั้นก็โกรธรีบยกทัพกลับทันที
แต่เป่าสื้อที่ยืนคู่กับอิ๋วอ๋องบนกำแพงเมือง เห็นกองทัพที่ทุกคนยกมาต่างอีหลักอีเหลื่อ ทุกคนทำหน้าพิกล จะหัวเราะหรือร้องไห้ก็ใช่ที่ แล้วพากันหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับไปดังนั้น ก็รู้สึกขำ ตบมือชอบใจพร้อมกับหัวเราะอย่างสนุกสนาน สมตามความปรารถนาของอิ๋วอ๋อง
นางจะหัวเราะอย่างไรก็เป็นเรื่องของนาง แต่ต่อมาภายหลัง มีข้าศึกมาประชิดเมืองจริงๆ อิ๋วอ๋องสั่งให้ทหารรีบส่งสัญญาณไฟบนหอเพลิง ไฟลุกจนแดงฉานจับท้องฟ้า พวกเจ้าครองแคว้นทั้งหลายก็เข็ดไม่กล้ายกทัพมาอีก ในที่สุด อิ๋วอ๋องและเป่าสื้อก็ถูกฆ่าตายในคราวนั้น
เพราะฉะนั้นจึงกล่าวว่า เรื่องที่สร้างความสำราญใจนั้นไม่ควรจะทำจนเกินไป ถ้าหากอิ๋วอ๋องในขณะนั้นทำแต่พอเหมาะพอควร ก็คงจะไม่สูญชาติสิ้นชีวิตเป็นแน่      กรณีที่เรารับประทานอาหารก็เช่นกัน ที่คนเรากินอาหารก็เพื่อบำรุงร่างกายรักษาให้คงอยู่ไว้ กินแต่พอสมควรก็สามารถที่จะบำรุงรักษาร่างกายไว้ได้แล้ว แต่ถ้ามากเกินไปก็หายังประโยชน์ได้ไม่ กลับจะเพิ่มภาระให้กับท้องไส้สร้างปัญหาให้เกิดตามมาได้อีก
“ภาษิตรากผัก” จึงกล่าวว่า
“กินอาหารไม่ควรจะกินมากจนเกินไป ถ้ากินมากไปแล้ว เมื่ออาหารเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา ไม่แต่จะไม่มีส่วนช่วยร่างกายของเราให้ดีขึ้น มิหนำซ้ำอาจจะทำให้ท้องไส้ของเราเกิดเน่าเปื่อย กลายเป็นยาพิษที่รุนแรงที่กัดกระดูกจนผุกร่อนได้ การหาความสำราญก็เช่นกัน ในขณะที่เราทำกิจกรรมนั้นๆอาจจะรู้สึกสบายใจ แต่ครั้นเมื่อจบสิ้นแล้ว ผลร้ายก็อาจจะตามมาในทันทีทันใด ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ควรคิดหน้าคิดหลังจงหนัก”