ร้านนันท์นภัส

เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอ ยศใคร ทั่วหล้า
ในยุคที่การสื่อสารรวดเร็วปานจะอี้จะอั้นนี้ หากการโพสต์การแชร์ที่วนเวียนอยู่บนหน้าเพจ จนความรู้สึกดังโคลงข้างบนเกิดขึ้นเมื่อใด กับใคร และที่ไหน
แน่นอนการที่จะพิสูจน์ความจริงย่อมเกิดขึ้น และหลังจากนั้นก็จะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะเกิดหรือจะดับ ซึ่ง
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เสียงกล่าวขวัญถึงร้าน
อาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งดังกระหึ่มทั่วหน้าเฟซ ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ถนนสายเทพคุณากรนี่เอง ผมก็แค่รอเวลาให้ทุกอย่างลงตัว เพื่อที่จะหาโอกาสไปตาม
เสียงลือเสีบงเล่าอ้างนั้น ไปเพื่อดูว่า เสียงย่อมยอนั้นเท็จจริงประการใด กับชื่อ นันท์นภัส
นันท์นภัส ตั้งอยู่ในซอยเทพคุณากร๒ ถ้ามาทางถนนศรีโสธรตัดใหม่ เลยโบสถ์วัดหลวงพ่อมา ก็จะเริ่มซอยเทพคุณากร ๑ ทางซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาก็จะเริ่มซอยแรกด้วยเทพคุณากร ๒ ทางขวามือ
สังเกตซอยง่ายครับ เข้าไปยี่สิบเมตรแค่นั้นเองครับ ทางร้านมีทีจอดรถไว้บริการเลี้ยวเข้าไปจอดดีกว่าครับ ดีกว่าจอดแอบไว้ ซอยแคบครับ จะได้ไม่เป็นการรบกวนชาวบ้านแถวนั้นด้วยครับ ร้านเขา
จะได้ทำมาหากินแบบสบายใจครับ ที่สำคัญที่สุด จอดในที่จอดรถของร้านปลอดภัยที่สุดครับ

ป้ายร้านนันท์ภัส ฉะเชิงเทรา

ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เน้นสุขภาพเป็นหลัก ผักปลอดสารพิษ เน้นๆที่สดและใหม่ ทุกเมนูปลอดผงชูรส (แทบทุกร้านที่ผมไปลองมีเมนูเดียวที่ปลอดผงชูรส นั่นคือน้ำเปล่า) ที่นี่เน้นความสะอาดแบบสุดๆ
เริ่มตั้งแต่สถานที่ทั้งกลางแจ้งและห้องแอร์ ไปจนถึง จาน ชาม ภาชนะ ชอบมากคือทิชชู่ครับ ใหญ่ หนา นุ่ม เช็ดได้แบบแผ่นเดียวเอาอยู่ ที่ยังไม่ได้สัมผัส ก็คือ ห้องน้ำครับ เพราะไม่กล้าลุกไปเข้า
กลัวว่ากลับมาแล้วคนที่ร่วมโต๊ะจะกินอาหารบนโต๊ะจนหมดเสียก่อน
หลังจากที่ได้ลิ้มลองในครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นแหนมเนือง หมูห่อใบชะพูล ข้าวผัด(อร่อยจนลืมจำชื่อมา) แล้วก็หมูอะไรสักอย่างนี่แหละ แถมท้ายด้วยขนมเบื้องญวน ก็ต้องกลับไปอีกครั้ง เผื่อลอง
ปอเปี๊ยะสดหมู กุ้ง ปลาทอดตะไคร้ เฝอ แล้วทบทวนรสชาดของ ขนมเบื้องญวณอีกครั้ง

 

ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายตอนอายุเจ็ดแปดขวบได้กับเมนูขนมเบื้องนี้ มันใช่เลยทั้งกลิ่นและรส แม้ว่าเครื่องปรุง รูปแบบ น้ำราด จะถูกเปลี่ยนแปลง แต่รสสัมผัสที่ได้รับ มันย้อนอดีตไปเมื่อช่วงเวลานั้นจริงๆ ช่วงที่เป็นเด็กน้อยแล้วมีตังค์พอที่จะซื้อขนมเบื้องญวณที่ตีนกะไดวัดโบสถ์ ณ ประเทศจันท์บ้านเดิมของผม จนผมอยากเรียกเมนูนี้ว่า เจาะเวลาหาอดีต ซะจริงๆเลย

ขนมเบื้องญวณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้สัมผัสกับ นันท์นภัส ถึงสองครั้งสองครา ถ้าจะยึดข้อมูลของผม ก็อยากจะบอกว่า     ไม่มีเมนูไหนที่ผมจะแนะนำเลยสำหรับที่นี่   มันอร่อยไปทุกอย่าง เรียกว่าคุณไม่ต้องรู้จักหรอกว่า        มันคืออะไร หลับตาจิ้มๆไปก็ได้ ทุกอย่างรสชาดยอดเยี่ยม ทุกเมนูมันถูกปรุงขึ้นมาจากความเอาใจใส่ การเลือกสรร เหมือนทำกับข้าวให้คนในบ้านกิน ทุกบริการมันฉาบทาด้วยมิตรภาพ รอยยิ้ม ดุจดั่งบริการญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง จนผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า สองครั้งที่ผมมาที่นี่นั้น ผมอิ่มเพราะอาหาร หรือผมอิ่มเพราะน้ำใจของทุกคนใน…นันท์นภัส..กันแน่
ผมมัวแต่เพลินกับอาหารและธารน้ำใจของที่นี่ เก็บภาพมาได้เพียงบางมุม บางส่วน อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็หาได้ในเฟซเลยครับ พิมพ์ชื่อร้าน ก็จะรายละเอียดเพิ่มเติมมากมาย แนะนำนะครับ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะเสียตังค์อย่าเพิ่งค้นหาครับ เพราะจะทำให้ห้ามใจไม่ได้ แต่ถ้าอยากไปโดยไม่ลังเล ก็โทรสอบถามจองโต๊ะได้ที่ 081-455-8347 ครับ ทุกพฤหัสสิ้นเดือนร้านหยุดนะครับ ส่วนเจ้าของร้านผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ผมอยากให้ไปกันด้วย” เสียงย่อมยอ นันท์นภัส ทั่วหล้า “มากกว่า           จากกันด้วยภาพบรรยากาศของ นันท์นภัส ครับผม

ภาพร้านนันท์นภัส

นันท์นภัส1_resize

นันท์นภัส3_resize

นันท์นภัส4_resize

นันท์นภัส5_resize

นันท์นภัส7_resize

Steak Hut

ร้าน steak hut นั้น ไม่ได้ตั้งอยู่ริมถนนสายมหาจักรพรรดิ์ซะทีเดียว แต่ต้องเข้าซอยไป ถ้าเป็นคนต่างจังหวัดอาจจะเป็นการค่อนข้างยากที่จะหา แต่สำหรับหมู่เฮาชาวแปดริ้วแล้วไซร้ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะร้านนี้จะเข้าตรงซอย ประเสริฐเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ เข้าไปในซอยแล้วก็เลี้ยวซ้ายแรก แล้วก็เลี้ยวขวา หรือถ้าเลย ก็ไปเลี้ยวซ้ายซอยที่สอง ขับไปนิดเดียวก็จะเห็นร้านแล้วครับ
ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่ก็มีทั้งห้องแอร์และ โอเพ่นแอร์ครับ นั่งสบายๆกับราคาอาหารเบาๆ ซึ่งก็จะเป็นทั้งอาหารตามสั่งที่มีในเมนูแบบง่ายๆ อาทิ แกงเขียวหวาน
ยำเห็ดเข็มทอง ข้าวอบหม้อดิน ทอดมัน หรืออยากลองลิ้มรสชาติสเต๊กเพื่อชาติ ในราคาสี่สิบเก้าบาท ที่ขายมาสิบปีแล้วก็ยังสี่สิบเก้าบาทอยู่ มีทั้ง หมู ไก่ ปลา
ก็ว่ากันไปครับ เปิดทุกวันยกเว้นวันที่อยากหยุดครับ ส่วนเจ้าของร้าน ถ้าได้พบหน้าค่าตาแล้ว ก็คงร้องอ๋อกันละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ พี่เอ ของเราท่านนี่เอง
แหละครับ ส่วนถ้าอยากรู้ว่า เอ ไหน ก็ไปหาคำตอบกันได้ที่ Steak Hut ครับ
Steak Hut
Steak Hut
Steak Hut

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นดวง

….ถ้าเลยจากร้านตาตี๋ ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณมา จะเห็นบิ๊กซี2(คาร์ฟูเดิม) อยู่ทางขวามือ แล้วก็จะเป็นองค์การ โทรศัพท์อยู่ทางซ้ายมือ ก็หาที่จอดรถได้เลย ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นดวงจะเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ บรรยากาศของร้านก็จะเป็นแนวร้านริมทางทั่วไป ค่อนข้างร้อนเนื่องจากเป็นเพิงสังกะสีเตี้ยๆ

…สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยว กับที่นี่…… ประการแรกไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้านะครับ เหตุผลก็คือ ต้องเกรงใจลูกค้าคนอื่นๆเพราะขนของสัตว์เลี้ยงอาจปลิวไปเข้าจานของเขาได้ ประการที่สองเวลาสั่งดูเหมือนเจ๊แกจะไม่สนใจ แต่…สั่งไปเถอะแกจำได้หมด เจ๊แกชื่อ ศรี ส่วน ดวง นั้นเป็นชื่อสามีของแก…นี่ก็ถือว่าเป็นเจ้าเก่าแก่เจ้าหนึ่งของถนนเส้นนี้ หลายครั้งที่แกจะเลิกขาย แต่ก็เลิกไม่ได้ เพราะลูกค้าประจำไม่ยอม ร้านเปิดเช้ามากและก็ปิดเย็นมากเช่นเดียวกัน อย่างเร็วก็บ่ายสาม ไม่ใช่แกขายไม่ดี แต่แกทำเป็ดเยอะมาก เป็ดที่นี่ใช้เป็ดของ ดั๊กคิง เจ้าพ่อเป็ดเมืองแปดริ้ว สะอาด ถูกหลักอนามัย ส่วนเรื่องตุ๋นเป็ดก็หายห่วง เฮียดวงแกจะทำหน้าที่ตุ๋นทั้งวัน….ร้านดวง นอกจาก ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เป็ด ซึ่งมีทั้งตุ๋น และพะโล้ แกยังมีน่องไก่ และข้าวไว้บริการด้วย ที่นี่ก็เหมือนร้านตาตี๋ คือ ไฟจากเตาไม่เคยดับ ดังนั้นเรื่องความร้อนของน้ำก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องพูดถึง พอๆกับพริก ที่ตั้งใจมาเผ็ดก่อนปรุงควรชิมก่อนนะครับ เพราะน้ำก๋วยเตี๋ยวจะหวานมาก เนื่องมาจากใช้ซี่โครงเป็ดมาตุ๋นทำเป็นน้ำก๋วยเตี๋ยว ผ่านมาลองแวะทานกันดูครับ ใจไม่กล้าพอหรือถ้าไม่หิวจนหน้ามืด คิดให้ดีก่อนสั่งจานพิเศษนะครับ เพราะขนาดจานธรรมดาก็อลังการเกินคาดเดาแล้วครับ

ลุงตี๋ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ

เมื่อเรามาจากสุวินทวงศ์ตรงเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทราทางสะพานโสธราเวชเลย สถานีรถไฟมา(ถนนเส้นนี้เราเรียกถนนมหาจักรพรรดิ์ ) จะพบทางแยกแรกขวามือให้เลี้ยวขวาเข้ามา ( ถนนเส้นนี้เรียก ถนนศรีโสธรตัดใหม่  ) ถนนเส้นนี้จะมุ่งไปยังม.ราชภัฏราชนครินทร์  ค่าย ช.พัน2 โบสถ์หลวงพ่อพุทธโสธร บนถนนเส้นนี้มีของกิน ของฝากมากมาย ร้านแรกที่จะแนะนำเลยก็คือ  ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณลุงตี๋(เฮียตี๋)…….ลุงตี๋นี่แกขายมานานมากราว 40 ปีแล้วก็ว่าได้ แต่ไม่เคยเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนส่วนผสมเลย ของทุกอย่างแกจะทำเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ถั่ว กระเทียมเจียว หมูบะช่อ น้ำมะนาวที่ไว้ปรุงต้มยำ ผักและเนื้อหมูนี่แกจะล้างจนสะอาดด้วยน้ำเกลือ เด็ดใบที่เสียออกจนหมด หมูบะช่อนี่แกจะหั่นหมูเองถ้าพบก้อนเนื้อแข็งๆที่เรียกว่าก้อนซีส แกจะแล่ทิ้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเอาก้อนพวกนี้ปั่นรวมเข้าไปด้วย กินแล้วมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ดังนั้น ที่นี่ด่านแรกเรื่องความสะอาดผ่านได้ฉลุย ส่วนเรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวที่นี่นั้นถือคติที่ว่าถ้าน้ำไม่เดือดจะไม่ลวก เส้นเด็ดขาด….ที่นี่มีสิ่งที่ต้องพึงระวัง 2 อย่าง คือ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนมาก และ พริกเผ็ดมาก……..ปัจจุบันเฮียตี๋วางมือแล้ว จะคอยเดินอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยที่ผู้สานต่อคือ ลูกชายและลูกสะใภ้ของแก แต่โดยที่ทั้งสองมีงานประจำต้องทำ จึงขายแค่วันหยุดราชการเท่านั้น ลองดูครับถ้าผ่านมาถนนเส้นศรีโสธรตัดใหม่ แวะทานกันดูครับ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและบะหมี่ครับ

ก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณ