หอพักศรีสุข

ไม่ไกลตัวเมือง ใกล้ถนนใหญ่ ใกล้ห้าง สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม อากาศดี ที่สำคัญต้องไม่แพง น่าจะเป็นปัจจัยหลักสำหรับคนที่หาที่พักที่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานโรงงาน นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่รายได้ไม่มากนัก ปัจจัยหลักที่กล่าวมา หลายต่อหลายครั้งที่คนหาที่พักอาศัย ได้แค่ตั้งเงื่อนไขไว้ แล้วค่อยๆตัดออกทีละปัจจัย จนเหลือแค่คำพูดปลอบใจตัวเองว่า ทนเอาหน่อยน่ามันถูกกว่าที่อื่น แล้วก็ทนอยู่ไป แต่ วันนี้ ณ บัดนี้ ไม่ต้องทนหรือตัดปัจจัยต่างๆที่เราอยากได้ออกไปแล้วครับ เพราะ เฮียสมจิตร ผู้ใหญ่ใจดี ได้สร้างหอพักขึ้นมา เพื่อตอบทุกโจทย์ ทุกปัจจัยที่เราท่านผู้หาที่อยู่ที่อาศัย ตอบชนิดที่ให้เกินโจทย์ที่ตั้งไว้อีกครับ เราไปดูกันครับว่าที่ผมพูดมามันโม้หรือเปล่า
หอพักศรีสุข
หอพักศรีสุข (3)หอพักศรีสุข (1)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่เป็นบรรยากาศภายนอกครับ เป็นหอพักสองชั้นครับ ที่จอดรถกว้างขวาง สะดวกสบาย เห็นภาพรวมคร่าวๆแล้ว คงไม่ต้องบรรยายเลยนะครับว่าอากาศจะเย็นสบายและสดชื่นขนาดไหน ต่อไปต้นไม้น้อยใหญ่ก็จะเติบโตเป็นร่มเงา ออกดอกออกผลให้ได้ยลกัน หมู่นกน้อยใหญ่ก็จะมาส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้เราได้ยินกัน ทำให้ลืมภาพเมืองและผู้คนอันยุ่งเหยิงลงไปได้ถนัดใจเลยครับ สูดอากาศภายนอกแล้วเราเข้าไปดู บรรยากาศภายในห้องพักกันบ้างครับ
หอพักศรีสุข (6)
หอพักศรีสุข (5)
หอพักศรีสุข (7)

หอพักศรีสุข (8)
หอพักศรีสุข (10)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครบครัน แถมยังใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้เลย จะไม่ให้ใหม่ได้ยังไงละครับ ก็หอพักศรีสุข นี่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 ตุลา ที่ผ่านมานี่เองแหละครับ มีทุกอย่างที่คุณอยากได้ ไม่ว่าที่นอน อ่างล้างหน้า พัดลม ทีวี wi-fi ที่จอดรถ ตู้น้ำดื่ม เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ แถมด้วยสิ่งที่ที่อื่นแทบไม่มี นั่นคือความสงบและอากาศแสนสบาย บางคนอาจตั้งแง่ว่า พัดลมมันร้อน โถ โถ ไม่ยากครับ บอกเฮียแกได้ครับ ว่าอยากนอนแอร์ เดี๋ยวเฮียแกจัดให้ ห้องไหนอยากได้บอกติดให้เลยครับส่วนเรื่องค่าเช่านั้น ไม่แพงครับ ชั้นบนราคา 2600 บาท ชั้นล่างราคา 2800 บาท ไม่เหมือนหวยใต้ดินครับที่จ่ายข้างบนแพงกว่าข้างล่าง เห็นภาพแล้ว ถ้าสนใจก็ไปตามแผนที่นี้เลยครับ
แผนที่หอพักศรีสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปถูกกันไหมเอ่ย คือเมื่อถึงไฟแดงแยกศรีสุนันท์ ก็เลี้ยวขวาไปทางโรบินสัน ฉะเชิงเทรา เลยไปก็จะพบทางเข้าวัดชมโพธารามอย่าเลี้ยว เลยไปอีกซอยหนึ่งจะเป็นซอยเข้าหมู่บ้านมารวย (ซอยหลอดบางกุ้ง)เลี้ยวเข้าไป เจอแยกขวามือแยกแรก เลี้ยวขวาไป จะเจอหมู่บ้าน ลลิล เลยไปจี๊ดนึงก็จะเห็น หอพักศรีสุข ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ครับ แต่ถ้างงเพราะผมอธิบาย ง่ายๆเลยครับ โทรไปหาเฮียสมจิตร ที่เบอร์นี้ครับ 089-752-3912 หรืออยากพูดคุยทางไลน์กับแกก็แอดเข้าไปตามนี้ครับ somjitsrisuk แน่ะเห็นไหม เฮียแกทันสมัยเล่นไลน์ด้วย สมัยนี้ต้องแบบนี้ครับ เพื่อผู้พักอาศัยมีอะไรติดขัด ไม่ได้รับความสะดวก ก็บอกแกได้เลยทางการสื่อสารออนไลน์ ที่พิเศษกว่านั้น ถ้าใครชอบออกกำลังกายด้วยการเล่นแบดละก้อ เย็นๆติดรถไปกับเฮียแกได้ครับ เพราะแกชอบเล่นแบดมาก ถ้าไม่เชื่อก็ดูถ้วยรางวัลที่บ้านแกได้ครับ  ครับผม พอหอมปากหอมคอกับ หอพักศรีสุข นะครับ อย่าช้าครับ โอกาสดีๆกับหอพักเปิดใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก เจ้าของสุภาพเรียบร้อย ราคาไม่แพง ช้าไปเต็มแล้ว คงต้องรอจนเบื่อนะครับ เพราะถ้าเป็นผมได้อยู่ก็ยากครับที่จะออก หอพักดีๆแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนะครับในฉะเชิงเทรา แปดริ้วของหมู่เฮาทั้งหลาย

สวนอาหารท่าทองหลาง

เดิมในเขตพื้นที่ตำบลท่าทองหลางนั้น เป็นชุมชนของชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกราก โดยประกอบอาชีพหลักคือค้าขายและปลูกสัปปะรด ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยทื้นที่บริเวณริมคลองท่าทองหลางในปัจจุบัน และโดยที่ในพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นมีต้นทองหลางขึ้นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ประชาชนในอดีตเดินทางโดยใช้การคมนาคมทางน้ำ จึงต้องตัดต้นทองหลางเพื่อใช้พื้นที่ทำท่าเรือในการคมนาคมเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันและใช้ขึ้นลง เพื่อขนส่งสินค้า จึงเป็นที่มาของชื่อตำบลว่าตำบลท่าทองหลาง อันนี้ก็เป็นที่มาที่ไปแบบสั้นๆของที่มาของตำบลนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางคล้า ฉะเชิงเทรา ประเทศไทยบ้านเรา หยิบยกนำมาเป็นเกร็ดความรู้กันซึ่งนั่นเป็นตำนานในอดีตที่ผ่านมาและดำรงอยู่ และชื่อนี้ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ผูกพันกันดุจดั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน หยิบยกขึ้นมาโดยมีส่วนขยายความหมายของมันเพิ่มเติมว่า ที่นั่นเคยมีพันธุ์ข้าวหอมที่อร่อยที่น้อยคนจะรู้จักและได้ลิ้มรสมัน ความสำนึกในผืนนาข้าวนั้น ทำให้คนหนุ่มสาวคู่นี้ได้ผนวกรวมกันกับความคิด ความฝันของตน แล้วสื่อสารออกมาเป็น ตำนานหน้าใหม่ที่จะจารึกจดจารไว้ในอำเภอบางคล้าของหมู่เอาชาวแปดริ้ว ภายใต้ชื่อ สวนอาหาร ท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

สวนอาหารท่าทองหลางนั้น ดำรงคอนเซปต์ของความเป็นธรรมชาติ ด้วยบรรยากาศของแมกไม้ สระบัว ยุ้งข้าว นาข้าวเล็ก ด้วยขนาดพื้นที่พอเหมาะพอควร การเดินทางก็สะดวกสบายไม่ต้องดั้นด้นค้นหาอะไรให้มากมายวืดวือ ถ้าเป็นคนพื้นที่พูดง่ายๆเลยว่า อยู่ติดกับโลตัส แต่ถ้าเป็นคนนอกพื้นที่ ก็เอางี้ ถึงสี่แยกบางคล้า เลี้ยวเข้าบางคล้า ขับตรงมาเรือยๆ ประมาณ2-3กิโล จะเห็นโลตัสอยู่ซ้ายมือ แล้วก็จะเป็นสวนอาหาร ท่าทองหลาง เป็นไงง่ายไหมครับ

ท่าทองหลาง

ที่นี่ จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ชนิดที่ว่าพอลงจากรถเดินเข้าร้าน คุณจะลืมสภาพป่าคอนกรีตกันไปเลยทีเดียว มีโต๊ะอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ(ถ้าจำผิดก็ขออภัยนะครับ) ที่พร้อมจะยืดจะหดได้ตามจำนวนของผู้ที่มาเยือน ด้วยเจตจำนงของเจ้าของร้านที่อยากให้เป็นที่เพื่อนฝูงคนรู้ใจกัน ได้มาใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กันอย่างเป็นธรรมชาติ ปราศจากการเจือปนจากจริต คงมีเพียงน้ำมิตร ที่หากจะเพิ่มด้วยเติมน้ำเมา เขาก็มีเบียร์ มีสปายหลากรสไว้ให้จิบๆพออาเจียนกัน

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

ด้านอาหารนั้นไม่ได้มีเมนูอะไรมากมาย เน้นที่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก เป็นหลัก พร้อมเมนูยำๆ ทอดๆ แต่ อร่อยทุกอย่าง ย้ำว่า อร่อยทุกอย่าง เพราะเจ้าของร้านเข้าครัวเอง อันที่จริงแล้ว ผมว่าเขาคิดถูกนะ ไม่ต้องมีเมนูอะไรมากมาย ชนิดที่ว่าพอเห็นแล้วต้องถามตัวเองว่า แล้วเราจะกินอะไรดี ไอ้โน่นก็อยาก ไอ้นี่ก็อยาก อ่านเมนูแต่ละครั้ง นึกว่าอ่านนิยายเรื่องสั้น ผมว่าเอามันแค่นีแหละง่ายดี แต่ อร่อยทุกอย่าง สำหรับร้านนี้ผมถือว่าโชคดีมากเพราะวันที่ไปลิ้มลองนั้น ผมไปกัน 10 คน ก็เลยได้ลองอาหารมากมายหลายเมนู อาทิเช่น กุ้งแช่น้ำปลา ปลากะพงสามรส กุ้งแม่น้ำเผา ยำถั่วพลู ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำปลากะพง แหนมซี่โครงทอด กุ้งผัดพริกขี้หนู ปีกไก่ทอดเกลือ ทุกอย่างอร่อยและหมดเรียบ จนต้องสั่งซ้ำสอง รสชาติอาหารเขาจะกลางๆครับ เด็กหรือคนที่ไม่ทานเผ็ดก็ลิ้มลองได้ อย่างเช่น กุ้งแช่น้ำปลา หรือ กุ้งผัดพริกขี้หนูนี่ เขาปรุงรสเสร็จแล้วจะมีพริกขี้หนูมาให้เราอยู่ข้างจาน ใครอยากเผ็ดสักปานใดก็ตักเสริมเข้าไปครับ โอเคนะ ทานได้ทุกเพศทุกวัย มาลองดูหน้าค่าตาของอาหหารกันก่อนครับ(คราวหน้าจะถ่ายมาให้ชัดกว่านี้ครับ รอบนี้อาศัยมือถือในยามค่ำคืนก็เลยเบลอไปนิดนึงครับ)

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่าทองหลางท่าทองหลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพอาหารหน้าตาแลดูบ้านๆนะครับ แต่ รสชาตระดับเชฟกะทะเหล็กเลยทีเดียว คนจริงใจก็แบบนี้แหละครับไม่แต่งเติมอะไรมากมาย เน้นที่รสชาติกันเพียงอย่างเดียวเลย ก็เหมือนคบคนนะครับ มัวมองแต่หน้าที่การงานหรือเครื่องแต่งตัวเพียงอย่างเดียว แล้วงมงายไปตัดสินว่าเป็นคนดีก็คงไม่ได้ แต่ถ้าหากในแต่ละวันเหล่าท่านต้องวนเวียนอยู่กับผู้คนแบบนี้จนเหนื่อยล้าอารมณ์ ที่นี่ก็ยังมีบริการ สปา เอาไว้บริการทุกท่านนะครับ

เรือนสปาท่าทองหลาง

นี่คือเรือนสปาที่ตั้งอยู่สุดทางเดินของร้านครับ
หากวันที่เหนื่อยล้าของท่าน ต้องการทดแทนด้วยอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาตและคุณภาพของสดๆที่ซื้อเข้ามาใหม่ๆในแต่ละวัน ต้องการที่พบปะสังสรรค์ในหมู่ผองเพื่อน ผมแนะนำที่นี่เลยครับ ท่าทองหลาง ที่ๆท่านมาแล้วต้องมาซ้ำสอง ซ้ำสาม มากันเป็นหมู่คณะนะครับ จะได้ลิ้มชิมรสอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างในเวลาเดียว โน่นนิดนี่หน่อย เหมือนกับผมและผองเพื่อน แล้วค่อยย่องมาตามลำพังเพื่อที่จะเน้นในปริมาณในแต่ละเมนูครับ สนใจทักทายสอบถาม จับจองมุมที่ชอบได้ที่เบอร์นี้ครับ 094-781-5353 คุณหนึ่งครับ จากกันไปด้วยเมนูของทางร้านที่เป็นร้านแรกครับที่ผมนำมาลง ก็เพราะมันไม่ใช่เมนูที่ดูเหมือนนิยายเรื่องสั้นครับ อาจดูน้อยนิดในรายการอาหาร แต่เชื่อเถอะ มีสิบอย่างอร่อยสิบอย่างถือว่าร้อยเปอร์เซนต์
แต่ถ้ามีร้อยอย่างแล้วอร่อยแค่สิบอย่าง มันอร่อยแค่สิบเปอร์เซนต์ครับ ถ้าไม่เชื่อว่าของเขาอร่อยทุกอย่าง ต้องลองครับ แล้วจะรู้ว่า อร่อยทุกอย่างไม่ใช่คำพูดที่กล่าวอ้างกันขึ้นมาแบบลอยๆนิ

เมนูท่าทองหลาง

ท่าทองหลาง

โทน คอนโดเรนท์(Tone Condorent)

“โทน เอ๋ยโทน เพื่อนโทนผู้น่าสงสาร……..” คนที่มีความสามารถรู้ข้อความต่อจากที่เว้นไว้ได้ หรือ รู้ว่านี่คือเพลงประกอบภาพยนตร์ดังในอดีตเรื่อง “โทน” คนผู้นั้นถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้หนังไทย ก็คงต้องบอกว่า คุณคือ คนแก่ ก็เพราะว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังดังในอดีต ถ้านับอายุถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ ก็ปาเข้าไป 45 ปี กับอีก 5 วัน ทำไม “โทน” ถึงเป็นประวัติศาสตร์หนังไทย ก็คงเพราะ นี่คือเรื่องแรกของการกำกับของ เปี๊ยก โปสเตอร์ จนทำให้ต้องทิ้งพู่กันหันมากำกับหนังแทน นี่คือหนัง 35 มม. ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมหนังไทย ที่เดิมมักถ่ายทำในระบบ16 มม.ให้หันมาสนใจระบบ 35 มม.(แต่โทนไม่ใช่หนัง 35 มม.เรื่องแรกนะครับ เรื่องแรกเลยในระบบสี คือ เมืองแม่หม้าย แต่โทนเป็นหนังเรื่องแรกที่เปี๊ยก โปสเตอร์กำกับ และเป็นระบบ35 มม .ครับ)  นี่คือการเขียนบทของนางเอกเรื่องแรกให้โดนข่มขืน นี่คือการกำเนิด สังข์ทอง สีใส ขึ้นในโลกภาพยนตร์ และหากจำเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งมีถึง 7 เพลงได้ นอกจากโทนซึ่งขับร้องโดย สังข์ทอง สีใส แล้ว ยังมีเพลง ชื่นรัก ซึ่งขับร้องโดย เศรษฐา ศิระฉายา เพราะมาก ผมชอบ ทำนองมันคล้าย Scarborough Fair ของ Simon & Garfunkel ที่ผมร่ายยาวมาจนถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าคนอ่านคง งง งงกับผมว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคอนโดวะ ตรูจะหาที่พักไม่ได้หาประวัติศาสตร์หนังไทยซะหน่อย นั่นสิ ผมก็งงเหมือนท่านนั่นแหละ

เอ้าวกเข้าเรื่องกันดีกว่า หนังเรื่องโทนนี่ เอ๊ย Tone Condorent นี่ตั้งอยู่ในซอยลิเกครับ ซอยนี้สังเกตง่ายครับเพราะปากทางจะมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย I-Aon ตั้งอยู่ครับ ถ้าไม่รู้จักร้านนี้ก็เอาเป็นว่าซอยตรงข้ามร้านไก่ย่างน้องปูแล้วกันจะได้ไม่สับสนกับซอยโรงฆ่าสัตว์ เข้าไปเกือบสุดซอยครับ ก็จะเห็นอาคารตามภาพข้างล่าง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ขวามือ

tone006

นั่นไงครับ อาคารด้านหลังแหละครับคือส่วนของคอนโด ที่มีให้เช่าทั้งรายวัน และรายเดือน ส่วนที่เห็นด้านหน้านั้น คือ ร้านกาแฟโทนหรือ Tone coffee ซึ่งมีไว้บริการทั้งท่านผู้ที่พักอาศัยและผู้คนสัญจรผ่านไปมา รสชาติกาแฟของที่นี่ก็เข้มข้นได้สะสาแก่ใจสำหรับผู้ที่นิยมกาแฟ(จ่าย)สดครับ เรามาดูภายในห้องหับที่พักอาศัยกันดีกว่าครับ

tone007

tone8

tone010

เป็นไงบ้างครับ เห็นแล้วก็น่านอน น่าพักอาศัย กับบรรยากาศที่แสนสบายและสะอาดสะอ้าน ส่วนอัตราค่าบริการก็อยู่ในระดับสมเหตุสมผลครับ เพราะที่นี่ทำคอนโดให้เป็นคอนโดจริงๆ ไม่ใช่ทำให้เป็นแค่ชื่อนะครับ โทน คอนโดเรนท์นอกจากจะมีร้านกาแฟแล้ว ก็ยังมีบริการต่างๆ ทั้งที่มีแล้วอาทิเช่น บริการนวด ร้านอาหาร เบเกอรี่ เสริมสวย ส่วนที่ยังไม่มีและข่าวแว่วเข้าหู ก็คือ สนามแบดมินตัน นี่ถ้าเปิดคอร์ดแบดขึ้นมานะ ผมจะกวาดต้อนผู้คนในก๊วนให้มาเล่นที่นี่ที่เดียวเเลยจริงๆนะ

tone-4

tone9

tone4

tone10

เป็นไงบ้างครับ บริการได้ครบครันกันเลยทีเดียวเจียวแหละ ยังครับ ยังไม่พอเราไปต่อที่โปรโมชั่นกันบ้างดีกว่า tone6

 

ก็มีให้พอกันหอมปากหอมคอกาแฟครับ ส่วนใครที่สนใจ อยากได้ที่พักอาศัยดีๆ เดินทางออกถนนเส้นหลักได้สะดวกทั้งศรีโสธรตัดและบางปะกง ฉะเชิงเทรา ใกล้กับสามห้าง คือทั้งโรบินสัน บิ๊กซี1และ2 บริการครบครัน น้ำไม่ท่วม แต่ทั้งหลายทั้งปวง ผมว่าต้องมาเจอเจ้าของครับ แกน่าร๊ากกกกก พูดจาอ่อนน้อม สุภาพมาก น่ารักอ่ะ ติดต่อมาทางเบอร์นี้ได้เลยครับ 095-794-7888 หรือ 033-021-788 ครับ อย่างงกับรหัส 033 นะครับโทรศัพท์บ้านเบอร์ใหม่ๆจะขึ้นต้นด้วย 033 ครับผม

ครับ… จวบจนบรรทัดนี้แล้ว ผมว่า ถ้า…โทน..คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหนังไทย โทน คอนโดเรนท์ คืออีกหน้าหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่อย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปแบบอาคารที่ใช้หลัก Modern Eco Lifestyle มาออกแบบ และบริการที่มีอยู่ในตัวอาคารอย่างครบครัน  ครับผม  หนังเรื่อง โทน ยังคงเป็นตำนานให้เราเล่าขาน สืบค้นกันอยู่  และ โทน คอนโดเรนท์ ก็เฉกเช่นกันครับ โทน คอนโดเรนท์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้บริการแบบเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือ ตักตวง กอบโกยผลประโยชน์เพียงถ่ายเดียว แต่ โทน คอนโดเรนท์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นตำนานการพลิกโฉมที่อยู่อาศัยแบบเช่าอยู่ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สมกับเป็นคอนโดเต็มนิยามความหมายของมัน Tone Condorent คอนโดที่เป็นคอนโดจริงๆของชนชาวแปดริ้วบ้านเราเองครับ

มันเหนื่อยนะโยม

ความรักที่ขาดความเข้าใจ

เปรียบไปก็คล้าย…รถยนต์ที่ขาดเชื้อเพลิง

อยากให้มันเคลื่อนที่ไปได้..ก็คงต้องออกแรงเข็น…ประการเดียว…

มันเหนื่อยนะโยม….

……………………………………………..เฒ่าบัดซบ

นั่งเปลี่ยนชื่อ ยืนเปลี่ยนแซ่ แค่นี้ไหนเลยจะสำเร็จการใหญ่

คนชั่วสามารถกระทำความดีได้
แต่ คนดีจะไม่กระทำชั่วอย่างเด็ดขาด
กุหลาบย่อมคือกุหลาบ
เหี้ยก็ย่อมเป็นเหี้ย
ต่อให้เรียก กุหลาบว่า เหี้ย
ไหนเลยแค่ชื่อ จะเปลี่ยนแปลงกลิ่นหอมของมันได้
คนก็เฉกเช่นกัน
หากคิดแค่ เปลี่ยนชื่อ แล้วทำให้พบความสำเร็จมากมาย
โลกนี้ ก็คงไร้สิ้นซึ่งความล้มเหลวและคนยากจน

 เฒ่าบัดซบ

งานขนมหวาน อาหารอร่อย เทศกาลไอติมฉะเชิงเทรา58

เริ่มงานแล้วครับ งานขนมหวานอาหารอร่อย ปี 58 ก็ยังคงจัดกันที่เดิมครับ นั่นคือบริเวณลานจอดรถ ปั้นทรายโลก ข้างบิ๊กซี2
แต่ปีนี้ได้เพิ่มงาน เทศกาลไอติมและของดีโอทอป เข้าไปด้วย ผมเองก็ยังงงๆ อีกทั้งยังไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมแต่ประการใด แต่เอาเป็นว่า
งานนั้นมีกัน 5 วัน คือตั้งแต่ 3-7 มีนาคม 58 ผ่านไปมาก็แวะเวียนเข้าไปเที่ยวชม จับจ่ายกันครับ เพราะที่ผ่านมา ถือว่างานนี้เป็นงาน
ระดับคุณภาพงานหนึ่งของชาวฉะเชิงเทราเรา

ไยต้องข่มเขาโคเพื่อขืนให้กินหญ้า

สิ่งมีชีวิต…เมื่อฉันต้องรับผิดชอบต่อมัน
ดังเช่นลูกแมว…สามตัวนี้..
สิ่งที่ทำได้..ก็คงเป็นการหาอาหารที่มันกินได้…
แล้วนำมาให้มัน…หลังจากนั้น…
ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมัน..ว่า.
มันจะกินหรือไม่กิน มันจะใช้วิธีการใดเพื่อ..
ให้อาหารตรงหน้า..เป็นของมัน..

ก็คล้ายกับคน..ที่ฉันต้องรับผิดชอบ..
ฉันก็คงพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา..
นั่นคือ ความรู้ ปัญญา และ
แนะนำวิถีที่ดีและถูกต้องให้
ส่วนเขาจะเก็บเกี่ยว บ่มเพาะ
และเดินไปตามทางที่ดีได้หรือไม่
นั่นย่อมต้องอยู่ที่ตัวเขาเลือกเอง

ในเมื่อทุกสิ่งที่ทุกคนนำมากองไว้ตรงหน้าเขา
แล้วเขาไม่เห็นความสำคัญ
ไม่ลงกระทำ…ก็คงต้องปล่อยเขาไป…

ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตของเขาไป
เพราะถ้าเขาไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
ไม่ทำเพื่อตนเอง มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้
คนที่ไม่ให้โอกาสตนเอง ไม่คิดทำเพื่อตนเอง
การช่วยเหลือผู้อื่นของเขา..
ก็ไม่ต่างอะไรกับตัวร้ายในละครน้ำเน่า…ที่..
ตอหลดตอแหล ประจบประแจง สอพลอไปวันๆ

ปลาที่วางอยู่ตรงหน้า
ถ้าแมวมันไม่กิน..
ฉันก็คงไม่ทำถึงขนาดต้องหยิบมาป้อนใส่ปากมันหรอก..

 เฒ่าบัดซบ

 

 

งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ดินเทพราช

หากเอ่ยชือของ อาจารย์พิทักษ์  ปิยะพงษ์ กับ อาจารย์สมชาย วัชระสมบัติ ขึ้นในวงสนทนา
ของชาวศิลปะแล้ว น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักสองท่านนี้ ด้วยความที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานาน
จนไม่ได้มีแค่ลูกศิษย์เท่านั้น ปัจจุบันนี้มีถึงเหลนศิษย์แล้ว สองท่านได้รังสรรงานศิลปะออกมาให้ชม
อย่างมากมายและต่อเนื่อง สิ่งที่อยู่รอบตัวต่างๆได้ถูกนำมาใช้ในการสร้างชิ้นงาน ชุุดแล้วชุดเล่า
ที่ทยอยออกมาสู่สายตาสาธารณชน ซึ่งทุกชุดที่ผ่านมาก็แฝงไว้ด้วยแง่มุม แง่คิด ที่มีต่อสังคม
และเหตคุการณ์ที่เกิด จนมาถึงชุดนี้ ดินเทพราช
หากเป็นคนที่อยู่ถิ่นอื่น อาจจะงงว่าอะไรคือ ดินเทพราช ส่วนคนจังหวัดฉะเชิงเทราหรีือแปดริ้วบ้านเรา
ก็งงน้อยหน่อย ด้วยรู้ว่า เทพราช นั้น คือตำบลๆหนึ่ง แต่ ดินที่ตำบลเทพราช มาเกี่ยวอะไรกับงานชุดนี้
อยากจะเปลี่ยนจากความงุนงงสงสัย มาเป็นการได้สัมผัสความอลังการงานสร้างของงานเขียนระดับอ๋องจาก
อาจารย์ทั้งสองท่านนี้ เรียนเชิญครับ กับงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยเพื่อสังคม ชุด ดินเทพราช  
ซึ่งจะจัดแสดงขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 กุมภาพันธ์ นี้ ณ อาคารราชนครินทร์ ชั้น2 (อาคารนี้ก็คืออาคารที่โรงอาหารอยู่ชั้นล่าง)
ชมฟรีครับ งานแสดงภาพเขียนดีๆแบบนี้ มาเสริ์ฟให้ถึงที่ พลาดไปก็น่าเสียดายครับ ส่วนท่านที่อยู่ต่างจังหวัด
เสาร์ อาทิตย์ ก็แวะเวียนมาได้ครับ เพราะราชภัฏราชนครินทร์นี่ อยู่ใกล้กับโบสถ์หลวงพ่อครับ นำรถมาจอดที่ราชภัฏ
แล้วจะเดินไปไหว้องค์หลวงพ่อท่านก่อน แล้วค่อยกลับมาพักคลายเหนื่อย ด้วยการเสพงานศิลป์ของสองศิลปิน
ระดับอาจารย์กัน ก่อนเดินทางกลับ ก็นับว่า มาครั้งเดียวเที่ยวกันใกล้ๆ สบายใจ สบายกระเป๋าครับ
ผมได้เก็บภาพบางส่วนมาให้ชมกัน เพื่อกระตุ้นต่อมเสพงานศิลป์ครับ

ชั้น2 อาคารราชภัฏราชนครินทร์อันเป็นสถานที่จัดงาน

ชั้น2 อาคารราชภัฏราชนครินทร์อันเป็นสถานที่จัดงาน

สื่อประชาสัมพันธ์งาน

สื่อประชาสัมพันธ์งาน

ผลงานในงานนิทรรศการดินเทพราช

 

ดินเทพราช

ก้อนอาจมที่ห่อหุ้มด้วยกลีบกุหลาบ นามว่า ความรัก

 

rose

คำว่า….รัก….มันก็ดุจดั่งผายลมทางปาก
ใช้เป็นเครื่องหลอกล่อ ให้บุคคลที่พึงปรารถนา….ตายใจ
และมอบในสิ่งที่มันผู้นั้นอยากได้…ให้กับมัน

ความรัก…ก็ดูคล้ายประหนึ่ง..ก้อนอาจมที่ห่อหุ้มด้วยกลีบกุหลาบร้อยชั้น
หอมหวล..ชวนสัมผัส..
ครั้นพอ..ผ่านกาลเวลา..กลีบร่วงโรยจนหมดสิ้น..
ไยจะมีผู้คนถวิลหากลิ่น ก้อน อาจมที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

ทั้งคำว่า รัก และ ความรัก
ผู้คนต่างพากันไขว่ คว้า อยากได้ยิน อยากได้ลิ้มลอง
จนถึงกับ แก่งแย่ง ช่วงชิง บาดหมาง เข่นฆ่า
หากสองสิ่งนี้คือความงดงาม
ย่อมนับได้ว่า เป็นความงดงามที่ซุกซ่อนความบัดซบไว้ได้อย่างแยบยลยิ่งนัก

แล้วไยผู้คนจึงพากันตกหลุมพรางเหล่านี้
แล้วไยชีวิตผู้คนจึงใช้สิ่งนี้ขับเคลื่อนลมหายใจ
ทำไม ทำไม

ทำไม ผู้คนลืมเลือนที่จะขับเคลื่อนสรรพสิ่งด้วย…ความเข้าใจ
ความเข้าใจ ไม่เคยทำร้ายผู้ใด
ความเข้าใจ ไม่เคยก่อเกิดการเข่นฆ่าแย่งชิง
ขอเพียงเรายินยอมที่เข้าใจ…
ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของกุหลาบหรือก้อนอาจม..
เราก็ยินยอมที่จะรับรู้และสูดดมมัน…อย่างสงบสุข

หากความรักทำให้คนตาบอด..
ความเข้าใจก็จะทำให้คนตาสว่าง
เลือกได้ตามอัธยาศัยนะมนุษย์โลก

………………………….เฒ่าบัดซบ….

ปล่อยวางหรือพึงรักษา

ไม่เจ็บป่วย ไยเลยจะรู้คุณค่าของยามมีสุขภาพดี

มีแต่สูญเสียมิตรสหายที่ดี จึ่งระลึกได้ถึงสายพันธ์อันงดงาม

ยามมี….มิพึงรักษา ไยต้องหลั่งน้ำตาเมื่อคราพลัดพราก

 

 

เฒ่าบัดซบ